<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648</id><updated>2011-08-10T17:55:13.600+07:00</updated><title type='text'>LM watch</title><subtitle type='html'>: เวบไซต์ข้อมูลและเฝ้าระวังกรณีผลกระทบจาก “กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ”  และข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>63</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-2870345455212054039</id><published>2009-08-28T23:17:00.003+07:00</published><updated>2009-08-29T00:12:28.370+07:00</updated><title type='text'>พิพากษาจำคุก 'ดา' 18 ปี เหตุปราศรัย 'หมิ่นฯ'</title><content type='html'>ที่มา: &lt;i&gt;&lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2009/08/25622"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1251436567&amp;amp;grpid=00&amp;amp;catid=00"&gt;มติชนออนไลน์&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000098214"&gt;ASTV ผู้จัดการออนไลน์&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=64038"&gt;&lt;/a&gt;&lt;a href="http://thaienews.blogspot.com/2009/08/18_9963.html"&gt;ThaiENews&lt;/a&gt;,&lt;/i&gt;&lt;a href="http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=64038"&gt;&lt;/a&gt; &lt;i&gt;&lt;a href="http://www.thairath.co.th/content/pol/29296"&gt;ไทยรัฐ&lt;/a&gt;&lt;/i&gt;, &lt;i&gt;&lt;a href="http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=64038"&gt;โพสต์ ทูเดย์,&lt;/a&gt;&lt;/i&gt; &lt;i&gt;&lt;a href="http://www.komchadluek.net/detail/20090828/26190/%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%9418%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99.html"&gt;คมชัดลึก &lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัดสินให้ผิดตามฟ้อง เรียงกระทงลงโทษกรรมละ 6 ปี รวม 18 ปี   ทนายเตรียมสู้คดีชั้นอุทธรณ์   ประชาชน 30 แห่ฟัง   สื่อเสนอข่าว 'พิพากษา' พร้อมเพรียง&lt;span style="font-style: italic;"&gt;   'ผู้จัดการ'&lt;/span&gt; ลงคำตัดสินละเอียดกว่าใคร   &lt;span style="font-style: italic;"&gt;'รอยเตอร์'&lt;/span&gt; ชี้ ถือเป็นการใช้ก.กำหราบฝ่ายต่อต้านรัฐบาลและเสรีภาพในการแสดงออก   ด้านผอ.เรือนจำเผยอาจให้ 'ดา' เป็นโฆษก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(153, 0, 0);"&gt;เรียงกระทงลงโทษทุกกรรม 3 กระทง 18 ปี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;รายงานข่าวจากหลายสำนักระบุว่า เมื่อเวลา 9.00 น. วันนี้ (28 ส.ค. 52) ที่ห้องพิจารณาคดี 904 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ผู้พิพากษาและองค์คณะได้ขึ้นบัลลังก์อ่านคำตัดสินคดีที่ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ 'ดา ตอร์ปิโด' เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ และพระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือกฎหมาย 'หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ'   เหตุจากการปราศรัยที่สนามหลวง 3 ครั้ง คือเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 51, 13 มิ.ย. 51, 18 ก.ค. 51 และ 19 ก.ค. 51&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ คำตัดสินระบุว่า &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;จากพยานหลักฐานจำเลยได้กระทำผิดจริงตามข้อกล่าวหา และเป็นการกระทำผิดหลายกรรมต่างกัน  ซึ่งศาลได้พิพากษาให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรม โดยลงโทษจำคุก 3 กระทง กระทงละ 6 ปี รวมจำคุก 18 ปี &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเวศ ประภานุกูล ทนายความของดารณี  ได้เปิดเผยภายหลังศาลมีคำพิพากษาว่า จะเตรียมการยื่นอุทธรณ์เพื่อสู้คดีต่อไป ส่วนจะยื่นขออภัยโทษหรือไม่นั้น ต้องรอดูผลคดีในชั้นฎีกาก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(153, 0, 0);"&gt;ทนายขอ 'รอการตัดสิน' - ศาลยกคำร้อง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;สำหรับกรณีที่ศาลอาญาได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 52 ให้พิจารณาคดีนี้โดยลับ ห้ามมิให้ประชาชนทั่วไปเข้าฟัง โดยอ้างตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 177   ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 52 ทนายจำเลยได้ยื่นคำร้อง โดยอ้างสิทธิขั้นพื้นฐานในกระบวนพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 ,40 (2) และ 211  ขอให้ศาลอาญาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย  เนื่องจากฝ่ายจำเลยเห็นว่าบทบัญญัติมาตรา 117 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่ศาลอาศัยอำนาจสั่งให้การพิจารณาคดีลับนั้น ขัดและแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญยังไม่เคยมีการวินิจฉัยเรื่องนี้  และขอให้ศาลอาญารอการพิจารณาพิพากษาคดีนี้ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ  แต่ศาลอาญาได้พิจารณายกคำร้องดังกล่าวในวันเดียวกัน โดยระบุว่า การพิจารณาลับนั้นไม่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 211 เนื่องจากจำเลยมีทนายแก้ต่าง และสามารถนำพยานหลักฐานมายังศาลได้อย่างครบถ้วน การพิจารณาคดีจึงดำเนินต่อไป&lt;span style="color: rgb(51, 51, 255);"&gt;[1]&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมา ทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเอง เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 52  โดยศาลรัฐธรรมนูญได้ลงประทับรับคำร้องดังกล่าวแล้ว   จากนั้นทนายจำเลยได้นำสำเนาคำร้องมายื่นต่อศาลอาญาในวันที่ 28 ส.ค. 52 ก่อนที่จะมรการอานคำตัดสินคดี  เพื่อร้องขอให้รอการตัดสินคดีนี้ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ   แต่องค์คณะผู้พิพากษาวินิจฉัยแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องเช่นเดิม ก่อนจะอ่านคำพิพากษาดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ ในวันตัดสินคดีทนายจำเลยได้แจกจ่ายสำเนาเอกสารคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญแก่ประชาชนและผู้สื่อข่าวด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(153, 0, 0);"&gt;ประชาชน 30 ร่วมเข้าฟัง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ผู้สื่อข่าวหลายสำนักรายงานว่า ได้มีประชาชนประมาณ 30 คน รวมทั้งผศ.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังการตัดสินคดีนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานข่าวในประชาไทระบุว่า ภายหลังที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว ดารณีได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวและประชาชนที่มาว่า "นี่คือยุคของการต่อสู้ทางความคิด"  ก่อนจะเดินทางไปยังห้องพิจารณา 908 ต่อทันที เพื่อรับฟังการการสืบพยานจำเลย ในคดีที่พล.อ. สพรั่ง กัลยาณมิตร ฟ้องหมิ่นประมาท ซึ่งศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 16 ก.ย. 52&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(153, 0, 0);"&gt;สื่อไทยพร้อมใจเสนอข่าว - 'ผู้จัดการ' ลงคำตัดสินละเอียดกว่าใคร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;การตัดสินคดีนี้ได้รับความสนใจและถูกนำเสนอเป็นข่าวโดยสื่อมวลชนในประเทศจำนวนมาก อาทิ &lt;i&gt;&lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2009/08/25622"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1251436567&amp;amp;grpid=00&amp;amp;catid=00"&gt;มติชนออนไลน์&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000098214"&gt;ASTV ผู้จัดการออนไลน์&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://thaienews.blogspot.com/2009/08/18_9963.html"&gt;ThaiENews&lt;/a&gt;,&lt;/i&gt; &lt;i&gt;&lt;a href="http://www.thairath.co.th/content/pol/29296"&gt;ไทยรัฐ&lt;/a&gt;&lt;/i&gt;, &lt;i&gt;&lt;a href="http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=64038"&gt;โพสต์ ทูเดย์,&lt;/a&gt;&lt;/i&gt; &lt;i&gt;&lt;a href="http://www.komchadluek.net/detail/20090828/26190/%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%9418%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99.html"&gt;คมชัดลึก&lt;/a&gt;&lt;/i&gt; , &lt;a href="http://news.mcot.net/politic/inside.php?value=bmlkPTM1MjQyJm50eXBlPWNsaXA="&gt;MCOT News&lt;/a&gt; ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยเวบไซต์ &lt;i&gt;&lt;a href="http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000098214"&gt;ASTV ผู้จัดการออนไลน์&lt;/a&gt;,&lt;/i&gt; ได้รายงานข่าวนี้ภายใต้หัวข้อ 'ขัง 18 ปี “นังดา” โอหัง! อาฆาตเบื้องสูง'  ซึ่งในเนื้อข่าวได้นำเสนอคำตัดสินคดีอย่างละเอียดกว่าที่ปรากฏในสื่ออื่นๆ ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;blockquote style="color: rgb(0, 0, 102);"&gt;&lt;br /&gt;    "...ตามฟ้องโจทก์ สรุประหว่างเดือน ม.ค.-มิ.ย.2551 เวลากลางคืน จำเลยขึ้นปราศรัยบนเวทีเสียงประชาชน ณ ท้องสนามหลวง ด้วยการกระจายเสียงทางเครื่องขยายเสียง ท่ามกลางประชาชนที่มาฟังจำนวนหลายคน ซึ่งเป็นบุคคลที่สาม โดยกล่าวคำพูดจาบจ้วง ล่วงเกิน เปรียบเทียบและเปรียบเปรย หมิ่นประมาท ดูหมิ่น และแสดงความอาฆาตมาดร้ายถึงองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ องค์ปัจจุบัน ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าทั้งสองพระองค์ทรงเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุม ประท้วงของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อจะล้มล้างรัฐบาล และการรัฐประหาร&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;    ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทำให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสื่อมเสียพระเกียรติยศชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง โดยเจตนาจะทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพสักการะพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เหตุเกิดที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;    โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์แล้ว มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม 3 นาย เบิกความว่า เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2551 เวลา 21.00 น.และ 24.00 น.จำเลยขึ้นเวทีปราศรัยที่ สนามหลวง โดยพยานทั้งสามเป็นสายสืบฟังการปราศรัย และพบว่า จำเลยกล่าวข้อความดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ก็ได้บันทึกเสียงลงในเครื่องบันทึก เอ็มพี3 และได้บันทึกลงในแผ่นซีดี แล้วนำมาถอดเทป และจำเลยยังขึ้นปราศรัยกล่าวดูหมิ่นอีกในวันที่ 7 และ 13 มิ.ย.2551 ซึ่งได้บันทึกเสียงไว้ แล้วก็ได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีจำเลย โดยพยานโจทก์ เบิกความด้วยว่า แผ่นซีดีบันทึกเสียงที่เป็นหลักฐาน พบว่า เป็นเสียงคนๆ เดียวกัน จึงฟังได้ว่าตามวันเวลาดังกล่าวจำเลย ได้ขึ้นเวทีปราศรัย ขณะที่ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวบนเวที ก็พบว่า แม้จะไม่ระบุตัวบุคคลที่ถูกกล่าวถึงอย่างชัดแจ้ง แต่ถ้อยคำที่กล่าวถึง เช่น สัญลักษณ์สีเหลือง สีฟ้า ในการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งเป็นสีประจำวันประสูติของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทำให้เห็นว่าจำเลยกระทำการจาบจ้วงล่วงเกิน โดยทำให้ประชาชนเข้าใจว่าทั้งสองพระองค์สนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่ม พันธมิตรฯ ทำให้ทั้งสองพระองค์ต้องเสื่อมเสียเกียรติยศชื่อเสียง&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;    รวมทั้งการกล่าวถึงการรัฐประหาร โดยกล่าวถ้อยคำถึงมือที่มองไม่เห็นหลังสี่เสาเทเวศร์ ซึ่งประชาชนรับรู้อยู่แล้วว่าสี่เสาเทเวศร์ คือ สถานที่ที่เป็นบ้านพักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี โดยการแต่งตั้งองคมนตรี นั้น ตามรัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นอำนาจพระมหากษัตริย์ในการแต่งตั้ง ถ้อยคำของจำเลยจึงทำให้ประชาชนเข้าใจว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สนับสนุน พล.อ.เปรม ในการยึดอำนาจจากประชาชน ซึ่งล้วนเป็นเท็จ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;    โดยแม้ว่าชั้นพิจารณาจำเลย จะเบิกความว่า จดจำถ้อยคำที่กล่าวปราศรัยไม่ได้ว่ามีประเด็นใดบ้าง และจดจำวัน-เวลาไม่ได้ แต่จำเลยก็ไม่ได้นำสืบโต้แย้งว่าไม่ได้กล่าวถ้อยคำที่โจทก์ยื่นฟ้อง ซึ่งแม้ว่าคำพูดของจำเลยไม่บังเกิดผลเพราะไม่มีใครเชื่อ แต่จำเลยก็ไม่อาจพ้นผิด พยานหลักฐานโจทก์จึงรับฟังได้ว่าจำเลยกล่าวคำพูดจาบจ้วง ดูหมิ่น และแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ บรมราชินีนาถ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;    พิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งกระทำผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษทุกรรม ให้จำคุก 3 กระทงๆ 6 ปี รวมจำคุก 18 ปี…"&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(153, 0, 0);"&gt;เตรียมย้ายแดน ผอ.เรือนจำเผยอาจให้เป็นโฆษก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ด้านรายงานข่าวในเวบไซต์&lt;i&gt;&lt;a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1251436567&amp;amp;grpid=00&amp;amp;catid=00"&gt;มติชนออนไลน์&lt;/a&gt; &lt;/i&gt;ระบุว่า  อังคนึง เล็บนาค ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง ได้เปิดเผยในวันเดียวกันว่า ทางเรือนจำจะแยกดารณีออกจากแดนแรกรับไปคุมขังยังแดนนักโทษทั่วไป เพราะถือว่าเป็นนักโทษเด็ดขาด  จากนั้นจะให้ทำงานตามโปรมแกรมที่จัดไว้ อาทิ เย็บปักถักร้อย ทำอาหาร งานห้องสมุด งานสาธารณะ รักษาความสะอาดเรือนจำ งานคอมพิวเตอร์ หรืองานโฆษกซึ่งมีหน้าที่ประชาสัมพันธ์เมื่อทางทัณฑสถานจัดกิจกรรม  แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าดารณีต้องการทำงานประเภทใด ต้องให้เจ้าตัวเป็นผู้ตัดสินใจ แต่ถ้าชอบการพูด อาจจะทำหน้าที่เป็นโฆษกประจำคุก อย่างไรก็ตามต้องได้รับการเสียงโหวตจากเพื่อนผู้ต้องขัง ว่าเหมาะสมหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผอ.ทัณฑสถานฯเปิดเผยเพิ่มเติมว่า สำหรับสภาพจิตใจของดารณีนั้น ขณะนี้ตนเห็นว่าสามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนๆ ได้แล้ว  แต่ตนก็เชื่อว่าการฟังคำตัดสินวันนี้ (28 ส.ค.) อาจทำให้รู้สึกเครียดบ้าง เพราะต้องถูกจำคุกถึง 18 ปี   โดยทางเรือนจำได้เตรียมจัดเจ้าหน้าที่และนักโทษช่วยดูแลในช่วงนี้แล้ว ซึ่งคาดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะดารณีเคยอยู่มาแล้วช่วงหนึ่ง น่าจะทำใจได้บ้างแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผอ.ทัณฑสถานฯกล่าวด้วยว่า ดารณีเป็นนักโทษชั้นกลาง มีพฤติกรรมดี ไม่ก่อความวุ่นวาย  และสามารถได้รับการพิจารณาเลื่อนเป็นนักโทษชั้นดี ชั้นดีมาก และชั้นเยี่ยม ได้เช่นเดียวกับนักโทษรายอื่นๆ  ซึ่งการเลื่อนชั้นดังกล่าว คณะกรรมการจะพิจารณาจากความประพฤติขณะต้องโทษ ซึ่งความประพฤติของนักโทษแต่ละคนจะถูกบันทึกไว้เป็นคะแนนสะสม เมื่อถึงวันพิจารณาก็จะนำสมุดที่บันทึกนี้มาพิจารณาประกอบ โดยหากได้เลื่อนเป็นนักโทษชั้นดีก็จะได้ลดวันต้องโทษลง 3 วัน ชั้นดีมากได้ลด 4 วัน ส่วนชั้นเยี่ยมได้ลด 5 วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(153, 0, 0);"&gt;'รอยเตอร์' ชี้ ถือเป็นการใช้กม.กำหราบ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เวบไซต์ &lt;i&gt;&lt;a href="http://thaienews.blogspot.com/2009/08/18_9963.html"&gt;ThaiENews&lt;/a&gt;&lt;/i&gt; ได้เผยแพร่&lt;a href="http://www.reuters.com/article/worldNews/idUSTRE57R0M820090828"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;รายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;เกี่ยวกับการตัดสินครั้งนี้  ซึ่งรอยเตอร์ได้ชี้ว่า ผลการตัดสินให้ดารณีติดคุก 18 ปีนั้น ถือเป็นการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกำหราบฝ่ายต่อต้านรัฐบาล และเสรีภาพในการแสดงออก ในประเทศไทย  พร้อมทั้งให้ข้อมูลด้วยว่า ได้มีการพิจารณาคดีนี้เป็นการลับโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง ซึ่งเรื่องนี้องค์การนิรโทษกรรมสากลได้เคยทำจดหมายเปิดผนึกคัดค้านมาแล้ว เนื่องจากเห็นว่าจะทำให้การพิจารณาคดีไม่เป็นธรรมต่อจำเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span&gt;ในรายงานเดียวกันของ&lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.reuters.com/article/worldNews/idUSTRE57R0M820090828"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;รอยเตอร์&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span&gt; ยังได้อ้างถึงคำให้สัมภาษณ์ของดารณี ที่ระบุว่า เธอไม่มีจุดมุ่งหมายทางการเมืองที่จะเคลื่อนไหวให้ยกเลิกสถาบันกษัตริย์แต่อย่างใด  แต่สนับสนุน "ความยั่งยืนของสถาบันกษัตริย์แบบเดียวกับที่ดำรงอยู่ในสหราชอาณาจักรและญี่ปุ่น"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 255);"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 255);"&gt;[1] ดูรายละเอียดใน&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 255);"&gt;&lt;a href="http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_5453.html"&gt; &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;'กรณีดารณี ชาญเชิงศิลปกุล'&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;  25 มิถุนายน 2552.&lt;/span&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-2870345455212054039?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/2870345455212054039/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/08/18.html#comment-form' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/2870345455212054039'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/2870345455212054039'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/08/18.html' title='พิพากษาจำคุก &apos;ดา&apos; 18 ปี เหตุปราศรัย &apos;หมิ่นฯ&apos;'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-2838386853702644972</id><published>2009-08-07T18:21:00.005+07:00</published><updated>2009-08-09T19:28:42.500+07:00</updated><title type='text'>รวมบทความ LM ( LM Article)</title><content type='html'>&lt;a href="http://lmarticle.blogspot.com/2009/08/blog-post_1583.html"&gt;สารบัญบทความภาษาไทย โปรดคลิ้กที่นี่&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;a href="http://lmarticle.blogspot.com/2009/08/lm-articles.html"&gt;English Article Content, Please click hehe &lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-2838386853702644972?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/2838386853702644972/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/08/lm-articles-and-reports-i.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/2838386853702644972'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/2838386853702644972'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/08/lm-articles-and-reports-i.html' title='รวมบทความ LM ( LM Article)'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-5031116697482934255</id><published>2009-08-06T21:50:00.001+07:00</published><updated>2009-08-06T21:53:11.600+07:00</updated><title type='text'>ศาลนัดพิพากษาคดี 'ดา' 28 ส.ค.นี้</title><content type='html'>เวบไซต์&lt;a style="font-style: italic;" href="http://www.prachatai.com/journal/2009/08/25350"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 9.30 น. ของวันที่ 5 ส.ค. 52 ที่ห้องพิจารณาคดี 904 ศาลอาญา องคณะผู้พิพากษา ได้แก่ พรหมาศ ภู่แส, ปัญจ กล้าแข็ง และสุดปรารถนา นีละไพจิตร ได้ขึ้นบัลลังก์พิจารณาคดี 'หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ' ที่ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ถูกอัยการฟ้องเป็นจำเลย เหตุจากการปราศรัยที่สนามหลวง  โดยเป็นการสืบพยานจำเลยนัดสุดท้าย โดยพยานจำเลยที่ขึ้นให้ปากคำในวันดังกล่าว ได้แก่ สุวิทย์ เลิศไกรเมธี นศ.ป.โท คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม '19 กันยา ต้านรัฐประหาร'  และตัวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล เอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเสร็จสิ้นการสืบพยานดังกล่าว  ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 30 ส.ค. 52 แต่เนื่องจากฝ่ายจำเลยได้ร้องขอว่า ในวันที่ 28 ส.ค. 52 ดารณีจะต้องมาขึ้นศาลเพื่อรับฟังการไต่สวนในคดีหมิ่นประมาทพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตรอยู่แล้ว ซึ่งการเบิกตัวจำเลยจากเรือนจำ ได้สร้างความลำบากให้กับจำเลย เพราะต้องถูกตรวจร่างกายอย่างละเอียด จึงขอให้ศาลให้เลื่อนนัดนัดฟังคำพิพากษาเข้ามาเป็นวันที่ 28 ส.ค. 52 เพื่อจำเลยจะได้เบิกตัวออกมาเพียงวันเดียว ซึ่งศาลได้อนุญาต โดยสั่งเลื่อนมาเป็นวันที่ 28 ส.ค. เวลา 9.00 น. ตามที่จำเลยร้องขอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้  &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2009/08/25351"&gt;อีกรายงานหนึ่ง&lt;/a&gt;ในเวบไซต์เดียวกันระบุว่า  ไม้หนึ่ง ก.กุนที กวีจาก 'เครือข่ายราษฎรนักเขียนศิลปินประชาธิปไตย' ได้ออกมาเปิดเผยกับ&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ประชาไท&lt;/span&gt; ถึงการประสานงานกับทีมทนายของดารณี เพื่อไปให้กำลังใจในการสืบพยานจำเลยนัดสุดท้าย แต่ต่อมามีเหตุทำให้ไม่สามารถไปตามนัดได้ จึงได้เขียนบทกวีขึ้นเพื่อให้กำลังใจดารณี (ดูด้านล่าง)  โดยเป็นการเขียนในเวลาเดียวกันกับที่มีการสืบพยานที่ศาลอาญาดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้  ไม้หนึ่ง ก.กุนทีได้เผยแพร่บทกวีดังกล่าวของตนไว้ในเว็บไซต์เฟซบุ๊ค (facebook) และเว็บไซต์ทวิตเตอร์ (twitter) โดยระบุด้วยว่า กำลังเป็นกระแสเพราะฝ่ายอำมาตย์และปัญญาชนชั้นกลาง รวมทั้งนักสื่อสารมวลชนบางส่วน พยายามเอาประเด็นการโหวต "มิสเตอร์ทวิตเตอร์" มาปรักปรำพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่ามีการโกงและปั่นผลโหวต จนได้คะแนนเป็นอันดับ 1&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม้หนึ่ง ก.กุนที กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ขณะนี้ประชาชนจำนวนหนึ่งที่ได้รับรู้เรื่องราว รู้สึกเห็นใจในความไม่ชอบธรรมที่ดารณีได้รับ และกำลังมีการหารือกับ 'กลุ่มสมัชชาสังคมก้าวหน้า' ว่า จะร่วมกันเขียนจดหมายถึงดารณีอย่างต่อเนื่อง สัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 1 ฉบับ เพื่อให้ดารณีรู้สึกว่ายังมีเพื่อนที่อยู่นอกกำแพงสูง คอยติดตามความเป็นอยู่และรอคอยการคืนสู่อิสรภาพอย่างจดจ่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_5453.html"&gt;อ่านรายละเอียด &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;กรณีดารณี ชาญเชิงศิลปกุล&lt;/span&gt; คลิ้กที่นี่&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153); font-weight: bold;"&gt;ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;1...คุณคือ ดอกไม้เหล็ก สีแดงสด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;ผลิแย้ม พร้อมบทเพลงต่อสู้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;ขับร้อง ก้องท้า ทุกฤดู&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;ขึ้นอยู่ ในใจ เสรีชน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;2...คุณคือ ดอกไม้เหล็ก สดแดงฉาน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;อีกไม่นาน เกสรซื่อ จะสืบผล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;สื่อสารสู่ทุกหมู่บ้านถิ่นตำบล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;ปลุกผู้คนรู้ค่าของความเท่าเทียม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;3...แกร่งดอกไม้ อมตะ ไม่กลัวช้ำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;เชิดหน้าโต้ชะตากรรรมอันโหดเหี้ยม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;กี่ฟ้าแผดแดดเผาให้ไหม้เกรียม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;เย้ยจารีตธรรมเนียมไม่ชอบธรรม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;4...คุณไม่ได้ต่อสู้อยู่คนเดียว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;เหมือนมืดทึบ เส้นทางเปลี่ยว ในเถื่อนถ้ำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;กาฬปักษ์ ดักดาน แม้มืดดำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;มหาชนจะร่วมกุมกำมือคุณ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;5...เสียงส่วนใหญ่หยัดยืนแข็งขืนสู้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;เขาจะรู้ ว่า เราเลิกยอมเป็นฝุ่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;ยิ่งไล่ล่า ยิ่งทำลาย ยิ่งทารุณ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;ยิ่งเร่งให้ร่มเงาบุญเหี่ยวเฉาเร็ว !&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;                                               &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ไม้ หนึ่ง ก.กุนที&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-5031116697482934255?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/5031116697482934255/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/08/28.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/5031116697482934255'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/5031116697482934255'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/08/28.html' title='ศาลนัดพิพากษาคดี &apos;ดา&apos; 28 ส.ค.นี้'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-8177857929254850422</id><published>2009-08-01T20:50:00.001+07:00</published><updated>2009-08-01T20:50:50.349+07:00</updated><title type='text'>ICT เผย 'จัดการ' ไปแล้ว 16,944 เว็บ - EFF แปลกใจกล้าพูด</title><content type='html'>28 กรกฎาคม 2552 - เวบไซต์&lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2009/07/25231"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ประชาไท&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;ได้รายงานความเห็นของแดนนี่ โอ ไบรอัน (Danny O'Brien) ผู้ประสานงานนานาชาติ หรือ Electronic Frontier Foundation (EFF) องค์กรระหว่างประเทศซึ่งส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารใน โลกออนไลน์ เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 52 ที่ผ่านมา  หลังจากได้ทราบข้อมูลล่าสุดที่ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ( ICT) ออกมาเปิดเผยว่า  ทาง ICT ได้&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ดำเนินการ&lt;/span&gt;กับเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อมูลไม่เหมาะสม ต่างๆ ไปแล้วประมาณ 16,944 แห่ง (URL)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยผู้ประสานงานนานาชาติของ EFF ระบุว่า ตนเห็นเป็นเรื่องแปลกที่รมต. ICT กล้าออกมาเปิดเผยเช่นนี้  เพราะหากเปรียบกับการสร้างถนน ก็เหมือนรัฐมนตรีออกมาพูดว่าภาครัฐได้ปิดถนนไปแล้วกี่สาย  แทนที่จะพูดว่ารัฐสร้างถนนเพิ่มกี่สาย อันเป็นการสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ ข้อมูลจากข่าวประชาสัมพันธ์ของ ICT ระบุว่า   เว็บไซต์ทั้ง 16,944 URL ที่ถูก&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ดำเนินการ&lt;/span&gt;ไปนั้น เป็นเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อมูลกระทบด้านความมั่นคงจำนวน 11,000 URL กระทบด้านสังคมและวัฒนธรรม 5,872 URL และกระทบด้านเศรษฐกิจ 72 URL   โดยการ&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ดำเนินการ &lt;/span&gt;(ที่ไอซีเองก็ไม่ได้ระบุความหมายชัดเจน) ดังกล่าว กระทำโดยศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยอินเทอร์เน็ตหรือ Internet Security Operation Center (ISOC) ของกระทรวง ICT   ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 4 โครงการ คือ โครงการพัฒนาระบบการเฝ้าระวังภัยคุกคามและการกระทำความผิดด้านเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารของประเทศ  โครงการพัฒนาระบบสืบสวนและพิสูจน์หลักฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ โครงการส่งเสริมประสิทธิภาพการบังคับใช้ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550  และโครงการบูรณาการการบริหารจัดการล็อกไฟล์ ตามมาตรา 26 แห่งพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-8177857929254850422?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/8177857929254850422/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/08/ict-16944-eff.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/8177857929254850422'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/8177857929254850422'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/08/ict-16944-eff.html' title='ICT เผย &apos;จัดการ&apos; ไปแล้ว 16,944 เว็บ - EFF แปลกใจกล้าพูด'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-3609426902343331201</id><published>2009-07-31T20:57:00.008+07:00</published><updated>2009-07-31T22:29:21.692+07:00</updated><title type='text'>ลูกช้างอดชื่อ 'สุวิชา' - นักวิชาการเผย 'หวังสร้างจิตสำนึก'</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;span class="submitted"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;28 กรกฎาคม 2552&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style=""&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style=""&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;เวบไซต์ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=""&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;&lt;a href="http://liberalthai.wordpress.com/2009/07/28/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%97/"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;Liberal Thai&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;  โดย 'chapter 11' ได้นำเสนอรายงานแปล "&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ลูกช้างออสซึ่ได้ชื่อไทยแล้ว&lt;/span&gt;" ซึ่งแปลจาก "&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://news.asiaone.com/News/Latest%2BNews/Asia/Story/A1Story20090727-157402.html"&gt;&lt;span style=""&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;&lt;strong&gt;First Australian-born elephant gets Thai name&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style=""&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;" ระบุว่า ลูกช้างไทยที่เกิดในสวนสัตว์ "ทารองก้า" ประเทศออสเตรเลีย ได้รับการตั้งชื่อไทยจากควาญช้างว่า “ลูกชาย” หลังจากมีผู้ร่วมส่งชื่อเข้าแข่งขันถึง ๓๐,๐๐๐ ชื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้  ในหน้าเดียวกัน 'chapter 11' ยังนำได้เสนอบทความ &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;"ลูกชาย เบียดชื่อสุวิชาตกไป" &lt;/span&gt;ซึ่งแปลจาก&lt;br /&gt;"&lt;a href="http://rspas.anu.edu.au/rmap/newmandala/2009/07/27/son-of-an-elephant-suwicha-misses-out/"&gt;Son of an elephant: Suwicha misses out&lt;/a&gt;" ที่เขียนโดย Andrew Walker และ Nicholas Farrelly สองนักวิชาการชาวออสเตรเลีย และผู้ก่อตั้งเวบ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;ไซต์&lt;span style="font-weight: bold;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;a style="font-style: italic;" href="http://rspas.anu.edu.au/rmap/newmandala"&gt;&lt;span style=""&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;นิวแมนดาลา&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href="http://rspas.anu.edu.au/rmap/newmandala"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;(New Mandala&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style=""&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;) &lt;/span&gt; ซึ่งเป็นผู้เสนอให้ตั้งชื่อลูกช้างว่า&lt;span style="font-weight: bold;"&gt; 'สุวิชา ท่าค้อ' &lt;/span&gt;ตาม ชื่อผู้ต้องขังคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในประเทศไทย และถูกพิพากษาให้จำคุก 10 ปี โดยนักวิชาการทั้งคู่ระบุว่าเป็น "คดีการเมือง" ตามที่มีข่าวไปก่อนหน้านี้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style=""&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;..........&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style=""&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;h2 style="color: rgb(51, 51, 255);"&gt;ลูกช้างออสซึ่ได้ชื่อไทยแล้ว&lt;/h2&gt; &lt;span class="submitted"&gt;วันอังคาร 28 กรกฎาคม 2009 — chapter 11 &lt;/span&gt;   &lt;p&gt;&lt;span style="font-size:14;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;&lt;strong&gt;First Australian-born elephant gets Thai name&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;วันจันทร์ ๒๗ กรกฏาคม ๒๕๕๒&lt;br /&gt;ที่มา – &lt;a href="http://news.asiaone.com/News/Latest%2BNews/Asia/Story/A1Story20090727-157402.html" target="_blank"&gt;AFP&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;แปลและเรียบเรียง – chapter 11&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:14;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;ซิดนีย์ ออสเตรเลีย – เมื่อวันจันทร์ ลูกช้างเชือกแรกที่เกิดในออสเตรเลียได้รับการตั้งชื่อไทยจากควาญช้างว่า “ลูกชาย” หลังจากมีผู้ร่วมส่งชื่อเข้าแข่งขันถึง ๓๐,๐๐๐ รายชื่อ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="font-size:14;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;ชื่อ นี้มีความหมายว่า “ลูกชาย” หรือ “ชัยชนะ” ถูกเลือกขี้นมาเพื่อให้ง่ายต่อลูกช้างวัยสามอาทิตย์ที่จะจดจำชื่อตัวเอง นายนาธาน รีส์ มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์กล่าวในงานฉลองการตั้งชื่อลูกช้าง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="font-size:14;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;เขากล่าวว่า “ยินดีต้อนรับสู่โลกใบนี้นะ ลูกช้าง” “ผมหวังว่าลูกช้างจะนำความสุขมาให้นานนับทศวรรษนะ”&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="font-size:14;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;ลูกชาย จากแม่พังทองดี ซึ่งเคยเป็นช้างข้างถนนในกรุงเทพมาก่อน เกิดในสวนสัตว์ทารองก้าในซิดนีย์เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคมนี้&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:14;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p style="font-weight: bold; text-align: center;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style=""&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;..........&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 255);font-size:130%;" &gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 153);"&gt;&lt;span style="font-weight: normal; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:14;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:14;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;&lt;span style="font-size:17;"&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 153);"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-weight: normal; color: rgb(51, 51, 255);font-size:22;" &gt;&lt;span style="font-size:14;"&gt;&lt;span style="font-size:17;"&gt;&lt;span style="font-size:15;"&gt;&lt;span style="font-size:14;"&gt;&lt;span style="font-size:17;"&gt;&lt;span style="font-size:15;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:16;"&gt;ลูกชาย เบียดชื่อสุวิชาตกไป&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;Son of an elephant: Suwicha misses out&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:14;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;๒๗ กรกฏาคม ๒๕๕๒&lt;br /&gt;by Andrew Walker and Nicholas Farrelly&lt;br /&gt;ที่มา – &lt;a href="http://rspas.anu.edu.au/rmap/newmandala/2009/07/27/son-of-an-elephant-suwicha-misses-out/" target="_blank"&gt;New Mandala&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="font-size:14;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;เมื่อ เราเริ่มรณรงค์ตั้งชื่อลูกช้างที่เกิดที่สวนสัตว์ทารองก้าเพื่อรำลึกถึงสุ วิชา ท่าค้อ นักโทษการเมืองของไทย เราไม่ได้คาดหวังว่าช้างตัวแรกที่เกิดในสวนสัตว์ในดินแดนออสเตรเลียจะถูก ตั้งชื่อว่า “สุวิชา”&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="font-size:14;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;เรา มีความหวังเล็กๆว่าความพยายามของเราที่จะสร้างจิตสำนึกที่มีต่อความโชคร้าย ของสุวิชา การคุมขังสุวิชานับเป็นผลงานชิ้นโบว์ดำของประเทศไทย ที่คอยอ้างว่าเป็นประเทศที่มีเสรีและมีประชาธิปไตย คำตัดสินให้ถูกจำคุก ๑๐ ปีในคดีหมิ่นฯ นับได้ว่าเป็นคำตัดสินที่เกินกว่าเหตุ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="font-size:14;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;เรา เฝ้าสังเกตด้วยความเศร้าใจว่า เมื่อเปรียบเทียบกับชาวต่างชาติไม่กี่คนที่ถูกจองจำอยู่ในคุกในประเทศไทยใน คดีที่คล้ายคลึงกัน ทั้งสุวิชา และคนไทยคนอื่นที่ตกอยู่ในสภาพลำบากเช่นเดียวกันนี้ ได้รับความสนใจจากต่างชาติน้อยมาก เรื่องนี้ควรต้องมีการเปลี่ยนแปลงได้แล้ว&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="font-size:14;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;การ รณรงค์เรื่องช้างผ่านพ้นไปแล้ว เราประสบความสำเร็จในการสร้างความสนใจให้กับบางสื่อและบางบล็อกที่มีต่อสุ วิชา เราไม่ทราบว่ามีคนจำนวนเท่าใดที่คิดว่า “สุวิชา” เป็นชื่อที่เหมาะสำหรับลูกช้าง แต่จากการ “คลิก” ที่ออกจากนิวแมนดาลาไปยังสวนสัตว์ทารองก้า มีจำนวนมาก&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="font-size:14;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;วันนี้ สวนสัตว์ทารองก้าประกาศชื่อของลูกช้างซึ่งแทนที่จะเป็น “สุวิชา” กลับกลายเป็น “ลูกชาย” ซึ่งมีความหมายว่าลูกชายแทน ช่างเป็นชื่อที่น่าเบือ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="font-size:14;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;นิ วแมนดาลาหวังไว้ว่าลูกชายน้อยจะมีชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุข แน่ละ สุวิชา ท่าค้อ ยังคงถูกจองจำอยู่ในคุก เขาเป็นลูกชายด้วยเหมือนกัน และเป็นพ่อของลูกสามคน รายละเอียดในคดีของเขาคลิกได้จาก&lt;a href="http://rspas.anu.edu.au/rmap/newmandala/2009/04/06/suwicha-thakor-and-lese-majeste/" target="_blank"&gt;ที่นี่&lt;/a&gt;,&lt;a href="http://rspas.anu.edu.au/rmap/newmandala/2009/04/28/suwicha-thakor-still-locked-up/"&gt;ที่นี่&lt;/a&gt; และ&lt;a href="http://rspas.anu.edu.au/rmap/newmandala/2009/05/14/suwicha-thakor-on-his-life-in-prison/" target="_blank"&gt;ที่นี่&lt;/a&gt; และ&lt;a href="http://thaipoliticalprisoners.wordpress.com/decidedcases/suwicha-thakor_1/" target="_blank"&gt;โพลิติคอลพรีซันเนอร์&lt;/a&gt;ในประเทศไทยจะยังคงติดตามเสนอข่าวอับเดทอยู่ตลอดเวลา&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="font-size:14;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;ผู้อ่านท่านหนึ่งได้ให้ข้อคิดว่า บางทีเราควรจะหันเหความสนใจไปยัง&lt;a href="http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=50417" target="_blank"&gt;แพนด้า&lt;/a&gt;ต่อนะ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="font-size:14;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 51);"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-3609426902343331201?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/3609426902343331201/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/28-2552-liberal-thai-chapter-11-first.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/3609426902343331201'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/3609426902343331201'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/28-2552-liberal-thai-chapter-11-first.html' title='ลูกช้างอดชื่อ &apos;สุวิชา&apos; - นักวิชาการเผย &apos;หวังสร้างจิตสำนึก&apos;'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-3538091936607537246</id><published>2009-07-31T18:45:00.010+07:00</published><updated>2009-08-01T20:33:42.453+07:00</updated><title type='text'>ประชาชนเยี่ยม 'ดา-บุญยืน' ที่เรือนจำ (30 มิ.ย. 52)</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;31 กรกฏาคม 2552&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานข่าวในเวบไซต์&lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2009/07/25274"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ประชาไท&lt;/span&gt; &lt;/a&gt;ระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 9.30 น. กลุ่มสมัชชาสังคมก้าวหน้าและประชาชนทั่วไปราว 20 คนได้เดินทางไปยังทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำคลองเปรม และส่งตัวแทน 5 คนเข้าเยี่ยมดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากการปราศรัยที่สนามหลวงเมื่อปี 2550 เป็นเวลา 10 นาทีตามกฎระเบียบของเรือนจำ โดยมีผู้คุมคอยดูแลอย่างใกล้ชิด  นอกจากนี้ยังมีการถือป้ายรณรงค์คัดค้านการใช้กฎหมายนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ กลุ่มสมัชชาสังคมก้าวหน้าและประชาชนที่เดินทางไปเยี่ยมได้บริจาคหนังสือหลาย สิบเล่มให้กับทัณฑสถานหญิงกลาง ซึ่งทนายความของดารณีได้แจ้งข่าวว่าลูกความของตนได้ร้องขอไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากแดนแรกรับของทัณฑสถานฯมีหนังสือจำนวนน้อยและเก่ามาก  นอกจากนี้ทางกลุ่มผู้ไปเยี่ยมยังได้บริจาคเงินเข้าบัญชีในเรือนจำของดารณี จำนวน 3,200 บาท และบัญชีของบุญยืน ประเสริฐยิ่ง ผู้ต้องขังคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอีกคนหนึ่ง ที่ต้องโทษจากการปราศรัยที่สนามหลวงเช่นกัน ซึ่งในคดีของบุญยืนศาลได้พิพากษาให้ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 6 ปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_5453.html"&gt;อ่านรายละเอียด&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;กรณีดารณี ชาญเชิงศิลปกุล&lt;/span&gt; คลิ้กที่นี่&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_2270.html"&gt;อ่านรายละเอียด&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;กรณีบุญยืน ประเสิรฐยิ่ง&lt;/span&gt; คลิ้กที่นี่&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2009/07/25274"&gt;รายงานข่าวของ&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ประชาไท&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;ยังระบุด้วยว่า สมาชิกสมัชชาสังคมก้าวหน้าคนหนึ่งได้กล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมว่า ดารณียังคงมีกำลังใจที่ดี แม้สุขภาพจะไม่ดีนักเพราะโรคประจำตัว  ทั้งนี้ กลุ่มสมัชชาสังคมก้าวหน้าจะยังคงจัดกิจกรรมเพื่อคัดค้านการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพต่อไป  และคาดว่าในครั้งหน้าจะเป็นการเข้าเยี่ยมสุวิชา ท่าค้อ ผู้ต้องขังคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอีกคนหนึ่ง ซึ่งต้องโทษจำคุก 10 ปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้านความเคลื่อนไหวใน&lt;a href="http://www.sameskybooks.org/board"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;เวบบอร์ดฟ้าเดียวกัน&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;  ผู้ใช้นามแฝง 'S.M.' ได้ตั้งกระทู้ "&lt;a href="http://www.sameskybooks.org/board/index.php?showtopic=35350"&gt;เสียงเล็กๆ ผ่านราวลูกกรง จากผู้ต้องขังที่ชื่อ "ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล"&lt;/a&gt;"  เล่าถึงบรรยากาศของการเดินทางไปเยี่ยมดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ 'ดา ตอร์ปิโด' และบุญยืน ประเสริฐยิ่ง ผู้ต้องขังคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำกลางคลองเปรม ของกลุ่มสมัชชาสังคมก้าวหน้าและประชาชน เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 52 ที่ผ่านมา  โดยมีผู้ใช้เวบบอร์ดดังกล่าวคนอื่นๆ ให้ความสนใจเข้ามาเยี่ยมชมและร่วมเขียนข้อความแสดงความคิดเห็นรวมทั้งโพสต์ภาพบรรยากาศกิจกรรมการเดินทางไปเยี่ยมดังกล่าวไว้ในกระทู้ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก (ดูเนื้อหาในกระทู้ดังกล่าวด่านล่าง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 255);"&gt;..........&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);font-size:130%;" &gt;เสียงเล็กๆ ผ่านราวลูกกรง&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);font-size:130%;" &gt;จากผู้ต้องขังที่ชื่อ "ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล"&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;(ภาพประกอบโดยคุณ 'Arpihu' จากกระทู้เดียวกัน - ขอบคุณเป็นอย่างสูง)&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;img src="file:///C:/DOCUME%7E1/@Acom/LOCALS%7E1/Temp/moz-screenshot-2.jpg" alt="" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://2.bp.blogspot.com/_9VIuOh0wSzc/SnLcrUI0YNI/AAAAAAAAAEg/GmyD3cY9-LM/s1600-h/dsc06360small.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 400px; height: 300px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_9VIuOh0wSzc/SnLcrUI0YNI/AAAAAAAAAEg/GmyD3cY9-LM/s400/dsc06360small.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5364592742849863890" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;&lt;br /&gt;30 กรกฏาคม 2552&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลุ่ม สมัชชาสังคมก้าวหน้า คนทำงานด้านสิทธิๆ และประชาชนส่วนหนึ่ง รวมกันประมาณ 20 คน ได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจ คุณ ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด ผู้ต้องขังคดีหมิ่นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อ เราไปถึงทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำกลางคลองเปรม ตามเวลานัดประมาณ 9.30 น. เพื่อนบางคนยังคงเดินทางมาสมทบจนเป็นกลุ่ม เราผ่านรั้วด้านนอกเข้าไปในพื้นที่เรือนจำ ตรงไปยังเขตฑัณฑสถานหญิงทางด้านใน ในวันนี้ เราพบว่านอกจากเพื่อนที่คุ้นหน้าในสมัชชาฯ ซึ่งก็มาจากหลายกลุ่มแล้ว ก็ยังพบเพื่อนจากที่อื่น ซึ่งได้รับทราบข่าวแล้วมาร่วมกันในวันนี้อีกด้วย เรียกว่าคนใจตรงกันได้หรือเปล่านะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เข้าไปด้านในเขตฑัณฑสถานหญิง บรรยากาศให้ความรู้สึกขรึมขัง สมกับภาพของคุกที่เคยจินตนาการมาก่อนนี้ มีประชาชนทั่วไปเข้ามารอคิวเยี่ยมญาติพี่น้องที่เป็นผู้ต้องขังอยู่ในเรือน จำเป็นจำน&lt;br /&gt;วนมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกเราแจ้งความจำนงค์ต่อ จนท.เรือนจำว่า ต้องการมาเยี่ยมให้กำลังใจ คุณ ดา พร้อมทั้งระบุว่าเรามีหนังสือ และนิตยสาร จำนวน หนึ่ง มามอบให้กับทางเรือนจำด้วย ซึ่งเราได้เพิ่งทราบข่าวจากประชาไทว่าคุณดาและผู้ต้องขังอื่นๆ ต้องการหนังสือใหม่ๆ เข้า "ห้องสมุดแรกรับ" (แต่เราลืมย้ำในเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าหนังสือจะไปยังห้องสมุดดังกล่าวหรือจะไปห้องสมุดอื่นของเรือนจำ?)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนท.เรือนจำอำนวยความสะดวกให้เราเป็นอย่างดี และแจ้งให้พวกเราทราบถึง กฏ ระเบียบ ในการเยี่ยมผู้ต้องขัง พร้อมทั้งกำชับพวกเราว่าห้ามบันทึกภาพในทัณฑสถาน พวกเรารับทราบและปฏิตามโดยดี ขั้นตอนการเยี่ยมก็เสียเวลาพอควร เพราะญาติผู้ต้องขังรอเยี่ยมกันอยู่หลายคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราแบ่งเพื่อนที่มาร่วม กันในวันนี้ เข้าไปเยี่ยมคุณดา เพราะมีระเบียบในการเยี่ยมได้ไม่เกิน 5 คน เมื่อถึงเวลาที่เราได้เข้าเยี่ยมคุณดา เพื่อนจำนวนหนึ่งเข้าไปเยี่ยมเธอ เธอออกมาพบพวกเราด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ระเบียบของเรือนจำให้เยี่ยมผู้ต้องขังได้ครั้งละ 15 นาที พูดคุยผ่านไมโครโฟน เราถามถึงสารทุกข์สุกดิบ ชีวิตความเป็นอยู่ทั่วไป สิ่งที่ขาดแคลน และสิ่งที่อยากให้ช่วยเหลือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอ บอกว่า มีความสุขตามอัตภาพ ในสถานะผู้ต้องขังคนหนึ่ง แม้จะมีปัญหากับผู้ต้องขังคนอื่นบ้าง แต่เธอมีความปรารถนาอยากให้ทางเรือนจำส่งตัวเธอไปรักษาโรคประจำตัว คือ โรคกรามอักเสบ ซึ่งบางครั้งมีการอักเสบอย่างรุนแรงจนขึ้นสมอง และต้องได้รับการผ่าตัด รพ.ที่เธอเคยได้รับการรักษาคือ รพ.พระ มงกุฏเกล้าๆ และเธออยากได้ยาจำนวนหนึ่งเพื่อบรรเทาอาการปวดและอักเสบ พวกเรามีเวลาพูดคุยกับเธอได้ไม่มาก สอบถามถึงคดีความของเธอ เธอบอกว่า วันที่ 5 สิงหา ที่จะถึงนี้ เธอจะต้องเดินทางไปขึ้นศาลอีกครั้งหนึ่ง จนถึงวันนี้ สถานะของคุณ ดา คือ ผู้ต้องขังที่ถูกกล่าวหา มิใช่นักโทษ เพราะคดีความยังไม่ถึงที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกเราก็ได้แต่หวังในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง ว่าเธอจะมีอิสรภาพในเร็ววันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรากล่าวอำลาเธอ เธอกล่าวขอบคุณพวกเราที่มาเยี่ยม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอบอกพวกเราว่า เธอจะยินดีเป็นอย่างมากหากจะมีใครเขียนจดหมายไปให้กำลังใจเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อ นกลับ พวกเราที่มาในวันนี้ ได้รวบรวมเงินบริจาคส่วนตัวคนละเล็กละน้อยจำนวนหนึ่งใว้ให้ คุณ ดา รวมทั้งอีกส่วนหนึ่งให้กับ คุณ บุญยืน ประเสริฐยิ่ง ผู้ต้องขังคดีหมิ่นๆ อีกคนหนึ่ง สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากผู้ใดมีความประสงค์ที่จะเขียนจดหมายไปถึงคุณดา ก็น่าจะเป็นกำลังใจแก่เธอได้มากทีเดียว โดยเขียนไปตามที่อยู่ข้างล่างนี้&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล&lt;br /&gt;ทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำกลางคลองเปรม&lt;br /&gt;ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร&lt;br /&gt;กรุงเทพมหานคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบุมุมซองว่า ห้อง 1/3 อาคารเพชร&lt;/blockquote&gt;(เนื้อหาในจดหมายไม่ควรมีเรื่องการเมือง )&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-3538091936607537246?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/3538091936607537246/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/30-52.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/3538091936607537246'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/3538091936607537246'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/30-52.html' title='ประชาชนเยี่ยม &apos;ดา-บุญยืน&apos; ที่เรือนจำ (30 มิ.ย. 52)'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_9VIuOh0wSzc/SnLcrUI0YNI/AAAAAAAAAEg/GmyD3cY9-LM/s72-c/dsc06360small.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-2736812220342471321</id><published>2009-07-30T00:12:00.000+07:00</published><updated>2009-07-30T00:13:51.456+07:00</updated><title type='text'>'ดา' ขอบริจาคหนังสือเข้าห้องสมุดแรกรับทัณฑสถานฯ</title><content type='html'>วันนี้ (29 ก.ค. 52) เวบไซต์&lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2009/07/25252"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ประชาไท&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;รายงานว่า ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ได้กล่าวผ่านมาทางทนายความเพื่อขอรับบริจาคหนังสือเข้าห้องสมุดทัณฑสถานหญิงกรุงเทพฯ (เรือนจำคลองเปรม)  เนื่องจากวารสารที่มีอยู่ในห้องสมุดของส่วนแรกรับทัณฑสถานหญิง ซึ่งเป็นคนละส่วนกับห้องสมุดสำหรับนักโทษที่ถูกตัดสินคดีเด็ดขาดแล้วนั้น  มีหนังสืออยู่น้อยและส่วนใหญ่เป็นหนังสือเก่า โดยเฉพาะวารสารที่ส่วนใหญ่ตีพิมพ์ตั้งแต่ พ.ศ. 2548&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ ดารณีระบุว่า หนังสือที่บริจาคให้แก่ห้องสมุดดังกล่าวได้นั้นจะต้องไม่มีเนื้อหาทางการเมือง  ผู้สนใจสามารถบริจาคหนังสืออื่นๆ เช่น นิยาย หนังสือธรรมะ ประวัติศาสตร์  ส่วนวารสารที่ห้องสมุดนี้อนุญาตให้ผู้ต้องขังอ่าน ได้แก่ แพรว สกุลไทย สุดสัปดาห์ คู่สร้างคู่สม อสท. ค.ฅน ชีวจิต และสารคดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยผู้ที่สนใจสามารถนำหนังสือไปบริจาคได้ที่ ผู้ปกครองส่วนแรกรับทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำคลองเปรม โดยบริจาคให้กับผู้ต้องขังหญิง "ในส่วนแรกรับ" ซึ่งผู้ต้องขังเหล่านี้จะสามารถใช้บริการห้องสมุดดังกล่าวได้วันละ 2 ชั่วโมง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-2736812220342471321?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/2736812220342471321/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/blog-post_30.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/2736812220342471321'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/2736812220342471321'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/blog-post_30.html' title='&apos;ดา&apos; ขอบริจาคหนังสือเข้าห้องสมุดแรกรับทัณฑสถานฯ'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-3049795973462102300</id><published>2009-07-29T23:39:00.000+07:00</published><updated>2009-07-29T23:41:11.744+07:00</updated><title type='text'>คดี 'สองไม่ยืน' เลื่อนอีก</title><content type='html'>วันนี้ (29 ก.ค. 52) โชติศักดิ์ อ่อนสูง หนึ่งในผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งมีเหตุมาจากการไม่ยืนถวายความเคารพขณะที่มีการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์  ได้แจ้งมายัง LM watch ว่า  ตามที่เจ้าพนักงานอัยการนัดได้ตนและเพื่อนไปฟังคำสั่งเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น  ปรากฏว่าทางอัยการได้ให้เลื่อนการนัดฟังคำสั่งฟ้อง-ไม่ฟ้องในคดีของตนออกไปอีกครั้ง โดยเลื่อนไปเป็นอีก 2 เดือนข้างหน้า คือวันที่ 29 ก.ย. 52 โดยแจ้งเหตุผลแต่ตนเพียงสั้นๆ ว่ายังสอบไม่เสร็จ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-3049795973462102300?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/3049795973462102300/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/blog-post_29.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/3049795973462102300'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/3049795973462102300'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/blog-post_29.html' title='คดี &apos;สองไม่ยืน&apos; เลื่อนอีก'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-3377151308745033488</id><published>2009-07-29T23:35:00.004+07:00</published><updated>2009-07-29T23:42:18.500+07:00</updated><title type='text'>นัดเยี่ยม 'ดา' พรุ่งนี้ (30 ก.ค.)</title><content type='html'>รายงานในเวบไซต์ &lt;a href="http://thaienews.blogspot.com/"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;Thai E-News&lt;/span&gt;&lt;/a&gt; และกระทู้ใน&lt;span style="font-style: italic;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8138399/P8138399.html"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;www.pantip.com&lt;/span&gt; &lt;/a&gt;ระบุว่า กลุ่มสมัชชาสังคมก้าวหน้า (social move)  ได้ส่งอีเมลลงวันที่ 24 ก.ค. 52  นัดหมายและเชิญชวนประชาชนให้ร่วมกันเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ 'ดา ตอร์ปิโด' ผู้ต้องหาในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ บริเวณหน้าทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำคลองเปรม กรุงเทพฯ ในวันที่ 30 ก.ค. 52 ระหว่างเวลา 9.30 – 11.30 น.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยอีเมลดังกล่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2552 ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบ 1 ปีเต็ม  หลังจากที่ดารณี &lt;span style="color: rgb(51, 51, 255);"&gt;"ถูกจับกุมและคุมขังอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรมตามสิทธิทางกฎหมาย"&lt;/span&gt; ทางกลุ่มจึงขอเรียกร้องให้ &lt;span style="color: rgb(51, 51, 255);"&gt;"พี่น้องเสรีชนผู้รักความเป็นธรรม"&lt;/span&gt; ไปเยี่ยมให้กำลังใจในวาระดังกล่าว  และขอให้ผู้ที่จะไปร่วมนำดอกไม้และป้ายผ้าข้อความให้กำลังใจไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ เวบไซต์  &lt;a href="http://thaienews.blogspot.com/"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;Thai E-News&lt;/span&gt;&lt;/a&gt; ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า ประชาชนที่จะเดินทางไปสามารถนำของฝาก เช่น อาหารแห้ง ของใช้ ดอกไม้ ฯลฯ ไปด้วยได้ รวมทั้งสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีนี้ได้ที่ "คุณอ้นวิทยุแท็กซี่" E-mail: ontontnong@hotmail.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 255);"&gt;(เนื้อหาในอีเมลของกลุ่มสมัชชาสังคมก้าวหน้า )&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;“โค่นล้มอำมาตยาธิปไตย   จุดไฟสรรค์สร้างสังคมใหม่&lt;br /&gt;พัฒนาประชาธิปไตยให้สมบูรณ์”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราไม่ทอดทิ้งกัน&lt;br /&gt;-- ทางเดินของชีวิต --&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางเดินสำหรับชีวิตมีอยู่เพียงสองทางเท่านั้น&lt;br /&gt;นั่นคือต่อสู้เพื่อสัจจธรรมด้วยความกล้าหาญ&lt;br /&gt;หรือยอมแพ้และตายอย่างทาส&lt;br /&gt;เกียรติยศอันรุ่งโรจน์มีไว้สำหรับผู้ต่อสู้เพื่ออิสรภาพ&lt;br /&gt;และแก่ทาสนั้นหรือ สิ่งที่เขาพึงได้รับก็คือ หลุมศพของคนขลาด!&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;*กวีโดย มูสา จาลิล แปลโดยจิตร ภูมิศักดิ์อ้างใน "ถึงร้อยดาวพราวพรายกระจายแสง", สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน, หน้า 233-4&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นับ เป็นเวลา 1 ปีเต็มที่คุณดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือดา ตอร์ปิโด ได้ถูกจับกุมในคดีหมิ่นพระบรมราชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงเวลาที่ผ่านมาแม้จะมีการขอยื่นประกันตัวเธอหลายต่อหลายครั้ง แต่ศาลก็พิจารณายกคำร้องโดยตลอด ทั้งๆที่ ผู้ต้องหาอื่นในคดีเดียวกลับสามารถขอประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะที่คุณดาต้องยืนหยัดต่อสู้เพียงลำพังในเรือนจำ เราได้ยินข่าวสารของเธออยู่บ้างจากผู้ที่ไปเยี่ยมเยียนเธอเป็นระยะ เราได้ติดตามอ่านข่าวของคุณดาด้วยความรู้สึกนับถือในหัวใจและจิตวิญญาณแห่ง ความเป็นเสรีชนของเธอ  ไม่ง่ายเลยที่ใครสักคนต้องถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำ จะยังสามารถรักษาความเข้มแข็งและจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเอา ไว้ได้ ภายใต้แรงกดดันจากสภาพแวดล้อมเหมือนที่เธอกำลังเผชิญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในวันนัดสืบพยานโจทย์คดีของเธอครั้งแรก ในวันที่ 23 มิ.ย. 2552 ศาลได้มีคำสั่งให้พิจารณาคดีดังกล่าวเป็น "การลับ"  โดยคำสั่งดังกล่าวได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 177 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งได้สร้างข้อกังขาต่อสาธารณะชนทั่วไปถึงกระบวนการยุติธรรมของไทยในการ พิจารณาคดีนี้  ดังที่องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ได้ส่งแถลงการณ์ถึงผู้สื่อข่าวต่อมาในวันที่ 26 มิ.ย. 2552 ความตอนหนึ่งในแถลงการณ์ระบุว่า "ภายใต้หลักกฎหมายสากล การพิจารณาคดีที่เปิดเผยต่อสาธารณะเป็นหลักสำคัญในการปกป้องสิทธิของปัจเจก บุคคลจากการพิจารณาคดีและกระบวนการเกี่ยวกับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม... เมื่อศาลปิดประตูห้องพิจารณา นั่นคือสัญญาณเสี่ยงต่อความอยุติธรรม"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้สัญญาณจากศาลที่จะดำเนินการพิจารณาคดีแบบปิดลับ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าคุณดาจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพียงพอในฐานะ พลเมืองไทยคนหนึ่ง แต่ดูเหมือนเจตจำนงในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของคุณดา หาได้หวาดหวั่นต่ออำนาจอยุติธรรมเลย เธอยังคงยืนยันศักดิ์ศรีของความเป็นคนอย่างเต็มเปี่ยม ดังคำแถลงที่คุณดาเขียนขึ้นในวันที่ 24 มิ.ย. 2552 คุณดาได้เผยแพร่คำแถลงถึง "สื่อมวลชนและพี่น้องผู้รักความเป็นธรรม" ต่อกรณีการพิจารณาคดีแบบปิดลับของศาล โดยบางส่วนของคำแถลงคุณดาได้เขียนว่า  "ข้าพเจ้าขอประณามว่าการพิจารณาคดีโดยลับนั้นเป็นการทำลายหลักการยุติธรรม ของกฎหมายโดยสิ้นเชิง วันนี้เมื่อ 77 ปีก่อน มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาสู่ระบอบประชาธิปไตย ผู้เปลี่ยนแปลงการปกครองยืนยันในหลักการที่จะให้ราษฎรได้รับความยุติธรรมมาก ขึ้นกว่าจากเดิมที่เคยถูกกดขี่จากผู้ปกครองโดยตามอำเภอใจ แม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่เคยมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว แต่ข้าพเจ้าขอสรรเสริญเจตนารมณ์อันยิ่งใหญ่ดังกล่าว แม้ว่าในวันนี้ข้าพเจ้าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมแต่ก็เชื่อมั่นว่าเจตนารมณ์ ของคณะราษฎรผู้เปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 จะต้องได้รับชัยชนะในที่สุด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ 22 กรกฎาคม 2552 ครบรอบ 1 ปีเต็มที่คุณดา ถูกจับกุมและคุมขังอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรมตามสิทธิทางกฎหมาย เราจึงขอเชิญพี่น้องเสรีชนผู้รักความเป็นธรรมทั้งหลาย ไปร่วมให้กำลังใจแก่คุณดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือดา ตอร์ปิโด นักสู้ประชาธิปไตยผู้ทรนงของพวกเรา ที่หน้าเรือนจำคลองเปรม ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2552 เวลา 9.30-11.30 น.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ขอให้ผู้ร่วมไปให้กำลังใจ คุณ นำดอกไม้และป้ายผ้าให้กำลังใจคุณดามาพร้อมเพรียงกัน เราจะส่งแรงกำลังใจไปสู่คุณดาในยังอีกฟากของกำแพงซี่กรงขังของเรือนจำว่า "เราจะไม่ทอดทิ้งกัน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จงเจริญ!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;สมัชชาสังคมก้าวหน้า (social move)  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;24 กรกฎาคม 2552&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-3377151308745033488?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/3377151308745033488/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/30.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/3377151308745033488'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/3377151308745033488'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/30.html' title='นัดเยี่ยม &apos;ดา&apos; พรุ่งนี้ (30 ก.ค.)'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-387397296643153138</id><published>2009-07-28T21:08:00.003+07:00</published><updated>2009-07-28T23:36:26.674+07:00</updated><title type='text'>2 นักวิชาการเสนอตั้งชื่อลูกช้าง "สุวิชา ท่าค้อ"</title><content type='html'>&lt;div align="left"&gt;กรณีช้างไทยวัย 12 ปี ได้ให้กำเนิดลูกน้อยเพศผู้ ที่สวนสัตว์ "ทารองก้า" ประเทศออสเตรเลีย    ล่าสุด เมื่อ 19 กรกฎาคม 2552 เวบไซต์ &lt;a style="font-style: italic;" href="http://liberalthai.wordpress.com/2009/07/19/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%96%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A/" target="_blank"&gt;Liberal Thai&lt;/a&gt; โดย "chapter 11" ได้นำเสนอรายงานและบทสัมภาษณ์ "การถกเถียงเกี่ยวกับราชวงศ์ ต่อการตั้งชื่อลูกช้าง" ซึ่งแปลและเรียบเรียงจาก " Royal debate over baby elephant's name" ในเวบไซต์ &lt;i&gt;&lt;a href="http://www.radioaustralia.net.au/connectasia/stories/200907/s2628872.htm" target="_blank"&gt;Radio Australia&lt;/a&gt;&lt;/i&gt;   เกี่ยวกับกรณีที่นักวิชาการชาวออสเตรเลียสองคนได้เสนอให้ตั้งชื่อลูกช้างว่า &lt;b style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;"สุวิชา ท่าค้อ"&lt;/b&gt; ตามชื่อ "นักโทษการเมือง" ในประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;โดย ในรายงานเดียวกัน มีบทสัมภาษณ์ดร.แอนดรูว์ วอคเกอร์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (the Australian National University) หนึ่งในสองผู้เสนอให้ตั้งชื่อดังกล่าวเกี่ยวกับกรณีนี้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;!--sizeo:3--&gt;&lt;span style="font-size: 12pt; line-height: 100%;"&gt;&lt;!--/sizeo--&gt;&lt;!--coloro:#0000ff--&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;!--/coloro--&gt;&lt;b&gt;การถกเถียงเกี่ยวกับราชวงศ์ ต่อการตั้งชื่อลูกช้าง&lt;/b&gt;&lt;!--colorc--&gt;&lt;/span&gt;&lt;!--/colorc--&gt;&lt;!--sizec--&gt;&lt;/span&gt;&lt;!--/sizec--&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันอาทิตย์ 19 กรกฎาคม 2009 — chapter 11    &lt;b&gt;&lt;br /&gt;Royal debate over baby elephant’s name&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;July 17, 2009&lt;br /&gt;ที่มา – &lt;a href="http://www.radioaustralia.net.au/connectasia/stories/200907/s2628872.htm" target="_blank"&gt;ABC radio australia&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;แปลและเรียบเรียง – chapter 11&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;นักวิชาการชาวออสเตรเลียสองคน ต้องการตั้งชื่อลูกช้างตามชื่อนักโทษการเมืองในประเทศไทย เพื่อเรียกร้องความสนใจต่อคดีดังกล่าว&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลูก ช้างซึ่งเกิดที่สวนสัตว์ทารองก้าในเมืองซิดนีย์ เป็นเชือกแรกที่เกิดในออสเตรเลีย แน่นอนจะต้องเป็นที่ดึงดูดให้ผู้คนหลั่งไหลเข้าไปชม แต่ควรตั้งชื่อตาม สุวิชา ท่าค้อ ซึ่งถูกจำคุกเนื่องจากหมิ่นกษัตริย์แห่งประเทศไทยหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ผู้ดำเนินรายการ&lt;/b&gt;: เซน แลม&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ผู้ถูกสัมภาษณ์&lt;/b&gt;: ดร.แอนดรูว์ วอคเกอร์ จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (the Australian National University)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.abc.net.au/ra/connectasia/stories/m1766137.asx" target="_blank"&gt;คลิกฟังเสียงสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษได้จากที่นี่&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ดร.แอนดรูว์ วอคเกอร์&lt;/b&gt;: สุวิชา ท่อค้อเป็นนักโทษการเมืองในประเทศไทย เขาถูกตัดสินจำคุก ๑๐ ปีในข้อหานำภาพเสียดสีกษัตริย์ภูมิพลลงในอินเตอร์เน็ต เป็นข้อกล่าวหาที่โหดร้ายและทารุณ และเราคิดว่า การตั้งชื่อลูกช้างตามชื่อของเขาจะเป็นวิธีการที่ดี ที่จะเน้นให้เห็นถึงความเป็นห่วงเป็นใยของชาวออสเตรเลียในโชคชะตาของเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;เซน แลม&lt;/b&gt;: สวนสัตว์ทารองก้าคิดอย่างไรกับการที่คุณทำให้เรื่องการตั้งชื่อลูกช้างมาเป็นเรื่องท&lt;br /&gt;างการเมือง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ดร.แอนดรูว์ วอคเกอร์&lt;/b&gt;: เรายังไม่ได้รับคำตอบใดๆจากทางสวนสัตว์ แต่ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ควรจำไว้ว่า สำหรับเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย ที่เป็นเวลานานมาแล้ว ได้ถือว่าช้างเป็นสัญญลักษณ์ของอำนาจและการเมือง และเราพยายามที่จะหยิบเอาสัญญลักษณ์นี้ขี้นมา และทำให้เป็นประเด็นสำคัญอย่างสุภาพ เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;เซน แลม&lt;/b&gt;: และแน่ล่ะ ลูกช้างก็อยู่ในคุกเช่นเดียวกับนักโทษการเมือง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ดร.แอนดรูว์ วอคเกอร์&lt;/b&gt;: ถูกต้องแล้ว และเรากำลังพยายามที่จะเน้นความจริงที่ว่า ลูกช้างที่อยู่ในคุกและได้รับการดูแลอย่างดีจากสวนสัตว์ทารองก้า ย่อมจะมีชีวิตที่สุขสบายมากกว่าชีวิตของสุวิชา ท่าค้อที่ติดคุกในไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;เซน แลม&lt;/b&gt;: การมีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในประเทศไทย เพราะคนไทยรักกษัตริย์ของเขาใช่ไหม ซึ่งสำหรับหลายๆคนอาจจะมองว่าสุวิชา ท่าค้อกระทำผิดกฎหมาย และสร้างความไม่พอใจให้กับคนบางคนหรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ดร.แอนดรูว์ วอคเกอร์&lt;/b&gt;: การมีกฎหมายหมิ่นฯเพื่อป้องกันไม่ให้มีการถกเถียงในทางการเมือง ในบางหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ ไม่ว่าเราจะคิดอะไรก็ตามที่ว่า สุวิชาไม่เคารพหรือหยาบคาย นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การจับเอาคนคนหนึ่งเข้าคุกถึงสิบปีในข้อหาที่ ไม่ให้ความเคารพและอาจจะไม่สุภาพ นับว่าเป็นข้อหาที่ทารุณและรุนแรงเกินไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;เซน แลม&lt;/b&gt;: คุณได้รับการสนับสนุนจากสังคมไทยขนาดไหน คุณได้สืบดูบ้างหรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ดร.แอนดรูว์ วอคเกอร์&lt;/b&gt;: เราได้รับเสียงสะท้อนกลับมาในด้านบวกจากบล็อกซึ่งเรามีอยู่ และได้มีบล็อกจากนานาชาติได้ช่วยกันเผยแพร่ มีการรณรงค์ให้มีการปรับปรุงกฎหมายหมิ่นฯที่โหดร้ายนี้ในประเทศไทย และเราพยายามที่จะเสนอขอความสนับสนุนจากนานาชาติ ให้กับผู้ที่กำลังรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน ที่ต้องเสี่ยงภัยด้วยตัวเองเป็นอย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;เซน แลม&lt;/b&gt;: คุณได้อธิบายก่อนหน้านี้ว่า การมีกฎหมายหมิ่นฯเพื่อหยุดยั้งไม่ให้ประชาชนทำการวิจารณ์ราชวงศ์ และในไม่กี่ปีมานี้ กฎหมายเดียวกันนี้ได้ถูกปัดฝุ่นขี้นมาใช้ในทางการเมืองใหม่ใช่ไหม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ดร.แอนดรูว์ วอคเกอร์&lt;/b&gt;: ถูกแล้วครับ จริงๆแล้วกฎหมายไม่ได้มีไว้เพื่อห้ามการวิจารณ์ราชวงศ์ แต่มีไว้เพื่อห้ามประชาชนวิจารณ์บทบาทของราชวงศ์ในทางการเมือง เราเห็นราชวงศ์เข้ามามีบทบาททางการเมืองได้จากความขัดแย้งเมื่อไม่นานมานี้ ที่ประเทศไทย และราชวงศ์ได้มีบทบาทโดยที่ให้การสนับสนุนกองทัพ ทำการโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในปี ๒๕๔๙ พวกเขาไม่ต้องการให้ประชาชนวิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ และนั่นเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมกฎหมายหมิ่นฯจึงถูกนำขึ้นมาใช้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา: เวบไซต์ &lt;a style="font-style: italic;" href="http://liberalthai.wordpress.com/2009/07/19/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%96%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A/" target="_blank"&gt;Liberal Thai&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.radioaustralia.net.au/connectasia/stories/200907/s2628872.htm" target="_blank"&gt;English version&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-387397296643153138?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/387397296643153138/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/2.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/387397296643153138'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/387397296643153138'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/2.html' title='2 นักวิชาการเสนอตั้งชื่อลูกช้าง &quot;สุวิชา ท่าค้อ&quot;'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-4461781075777408452</id><published>2009-07-07T12:59:00.002+07:00</published><updated>2009-07-07T13:07:17.467+07:00</updated><title type='text'>ข้อมูลเพิ่มเติม 'กรณี ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล' (18 มิ.ย. - 2 ก.ค. 52)</title><content type='html'>&lt;strong&gt;ข้อมูลเพิ่มเติม 'กรณี ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล'&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;(18 มิ.ย. - 2 ก.ค. 52)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;'ดา ตอร์ปิโด' ขึ้นศาลแล้ว หลังถูกขังเกือบปี &lt;br /&gt;คดีส่อเค้าวุ่น ศาลสั่งพิจารณาลับ เจ้าตัวร้องไม่เป็นธรรม &lt;br /&gt;'AI' ออกแถลงการณ์หนุน 'เปิดเผย' โฆษกบัวแก้วสวน 'ไม่มีเหตุผลอย่างยิ่ง' &lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่ซึ่งดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ตกเป็นจำเลย ขึ้นสู่การพิจารณาในชั้นศาลเป็นครั้งแรกแล้วเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 52 ที่ผ่านมา หลังถูกคุมขังโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวเกือบปี  โดยศาลอาญาได้มีคำสั่งให้พิจารณาลับ ห้ามสื่อมวลชนและประชาชนเข้าฟัง แม้ว่าทนายจำเลยจะพยายามร้องขอให้พิจารณาโดยเปิดเผย แต่ศาลยกคำร้อง  เจ้าตัวเขียน 'คำแถลง' ถึง 'สื่อมวลชนและพี่น้องผู้รักความเป็นธรรม'&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมา องค์การนิรโทษสากล (Amnesty International - AI) ได้ออกแถลงการณ์ผ่านสื่อมวลชน เรียกร้องให้การพิจารณาคดีดังกล่าวกระทำโดยเปิดเผย พร้อมระบุ "เมื่อศาลปิดประตูห้องพิจารณา นั่นคือสัญญาณเสี่ยงต่อความอยุติธรรม" ก่อนถูกโฆษกกระทรวงต่างประเทศออกมาตอบโต้ทันควัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;รายละเอียด:&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;18 มิถุนายน 2552&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เวบไซต์&lt;em&gt;ประชาไท &lt;/em&gt; รายงานว่า ในวันที่ 23 มิ.ย. 52 คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งดารณี ชาญเชิงศิลปกุล เป็นจำเลย จะขึ้นสู่การพิจาณาของศาลเป็นครั้งแรก  และจะมีการสืบพยานโจทก์และจำเลยแบบต่อเนื่องตลอดสัปดาห์  โดยหลังจากนั้นจะเริ่มสืบพยานในอีก 2 คดี ได้แก่ คดีการนำมวลชนไปล้อมสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี และคดีหมิ่นประมาท พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ซึ่งมีดารณีเป็นจำเลยเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พร้อมกันนั้น &lt;em&gt;ประชาไท&lt;/em&gt;ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ประเวศ ประภานุกูล ทนายความของดารณี ชาญเชิงศิลปกุล  ซึ่งประชาไทได้สอบถามความคิดเห็นของทนายผู้นี้ เกี่ยวกับคดีของดารณี และมุมมองต่อกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ่านบทสัมภาษณ์ ประเวศ ประภานุกูล คลิ้กที่นี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;22 มิถุนายน 2552&lt;/strong&gt;เวบไซต์ประชาไท รายงานว่า ในวันที่ 23-25 มิ.ย. 52 จะมีการนัดสืบพยานโจทก์ในคดีของ ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล  หรือ “ดา ตอร์ปิโด” ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  ส่วนในวันที่ 26 และ 29 มิ.ย. จะเป็นการสืบพยานจำเลย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้ง นี้ ประชาไทระบุว่า การสืบพยานดังกล่าวเป็นการสืบต่อเนื่องก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาในลำดับถัดไป  และยังเป็นการพิจารณาคดีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ดารณีถูกจับกุมและคุมขังเมื่อวันที่ 22 ก.ค.51  ซึ่งที่ผ่านมา แม้ทนายความจะได้พยายามยื่นขอประกันตัวหลายครั้ง แต่ศาลก็พิจารณายกคำร้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ ประชาไทยังระบุด้วยว่า ในเดือนก.ค.52นี้ ศาลได้นัดสืบพยานโจทก์และจำเลย ในคดีล้อมบ้านพระอาทิตย์ หมิ่นประมาทสนธิ ลิ้มทองกุล และคดีหมิ่นประมาท พล.อ.สะพรั่ง กัลยาณมิตร ซึ่งดารณีตกเป็นจำเลยเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;23 มิถุนายน 2552&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;วันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกของคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่ดารณี ชาญเชิงศิลปกุลเป็นจำเลย  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ศาลอาญา โดยผู้พิพากษาพรหมาศ ภู่แสง ได้มีคำสั่งให้พิจารณาคดีดังกล่าวเป็นการลับ โดยคำสั่งดังกล่าวอาศัยอำนาจตามมาตรา 177 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;24 มิถุนายน 2552&lt;/strong&gt;ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ได้เผยแพร่คำแถลงถึง 'สื่อมวลชนและพี่น้องผู้รักความเป็นธรรม'  โดยในคำแถลงดังกล่าว ดารณีได้ระบุว่า ตนตกเป็นจำเลยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาตั้งแต่ 22 ก.ค. 51 และถูกขังมาเกือบ 1 ปี โดยไม่เคยได้รับการประกันตัวจนถึงทุกวันนี้  ทั้งที่ผู้ต้องคดีในข้อหาเดียวกันหลายคนได้รับการประกันตัว   &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้  ในคำแถลงดังกล่าว ดารณีได้ตั้งคำถามต่อการพิจารณาคดี ซึ่งศาลยังมีคำสั่งให้พิจารณาเป็นการลับ ห้ามมิให้สื่อมวลชนและประชาชนเข้ารับฟัง ว่า เหตุใดในคดีอื่นๆ "ในข้อหาเดียวกันประเภทเดียวกัน" หมิ่นพระบรมเดชานุภาพกรณีอื่นๆ จึงไม่มีการใช้กฎเกณฑ์เช่นนี้  ซึ่งตนเห็นว่า การพิจารณาคดีโดยลับ เป็นการปิดบังข้อเท็จจริงมิให้ประชาชนได้รับรู้  และเป็นการทำลายหลักการยุติธรรมของกฎหมายโดยสิ้นเชิง  ตนจึงไม่อาจยอมรับการพิจารณาคดีโดยลับนี้ได้ และขอประกาศว่า  ไม่ว่าผลจะเป็นประการใดจะไม่ขอยอมรับ ไม่เชื่อถือ ไม่ให้ความเคารพ และจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในตอนท้ายคำแถลงดังกล่าว ดารณีได้ระบุว่า ในวันเดียวกันนี้เมื่อ 77 ปีก่อน มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศมาสู่ระบอบประชาธิปไตย  รวมทั้งได้กล่าวสรรเสริญและแสดงความเชื่อมั่นต่อเจตนารมณ์ของการเปลี่ยนแปลงการปกครองดังกล่าว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แม้ว่าในวันนี้ข้าพเจ้าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ก็เชื่อมั่นว่า&lt;br /&gt;เจตนารมณ์ของคณะราษฎร์ผู้เปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 จะต้องได้รับชัยชนะในที่สุด" &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;25 มิถุนายน 2552&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ที่ห้องพิจารณาคดี 904 ศาลอาญา ทนายความของดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ได้ยื่นคำร้องต่อศาล ให้รอการพิจารณาพิพากษาคดีไว้ชั่วคราวตามมาตรา 211 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยระบุว่า การที่ศาลอาญามีคำสั่งเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 52 ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกให้พิจารณาเป็นการลับ โดยคำสั่งดังกล่าวอาศัยอำนาจตามมาตรา 177 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา นั้น   ฝ่ายจำเลยมีความเห็นว่า การที่ศาลสั่งพิจารณาคดีลับ ห้ามมิให้ประชาชนทั่วไปเข้าฟังการพิจารณา เป็นการใช้บทบัญญัติกฎหมาย ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตราที่ 40 (2)  ที่ระบุสิทธิขั้นพื้นฐานในกระบวนการพิจารณา ซึ่งอย่างน้อยต้องมีหลักประกันพื้นฐานเรื่องการได้รับการพิจารณาโดยเปิดเผย การได้รับทราบข้อเท็จจริง และการตรวจเอกสารอย่างเพียงพอ การเสนอข้อเท็จจริง ข้อโต้แย้งและพยานหลักฐานของตน การคัดค้านผู้พิพากษาหรือตุลาการ การได้รับการพิจารณาโดยผู้พิพากษาหรือตุลาการที่นั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะ และการได้รับทราบเหตุผลประกอบคำวินิจฉัย คำพิพากษาหรือคำสั่ง  และรัฐธรรมนูญมาตรา 29 ที่บัญญัติว่า การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้และเท่าที่จำเป็น และจะกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฝ่ายจำเลยเห็นว่าบทบัญญัติมาตรา 117 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ศาลอาศัยอำนาจสั่งให้การพิจารณาคดีลับนั้นขัดและแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญยังไม่เคยมีการวินิจฉัยเรื่องนี้   จึงขอให้ศาลส่งความเห็นของจำเลยไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญมาตรา 211  โดยขอให้ศาลอาญารอการพิพากษาคดีนี้ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมาในวันเดียวกัน ศาลได้พิจารณายกคำร้องดังกล่าวของทนายจำเลย  โดยระบุว่า การพิจารณาลับไม่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 211 เนื่องจากจำเลยมีทนายแก้ต่าง และสามารถนำพยานหลักฐานมายังศาลได้อย่างครบถ้วน  การพิจารณาคดีจึงดำเนินต่อไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากไต่สวนพยานโจทก์แล้ว ทนายของดารณี ได้แถลงต่อศาลขอยกเลิกการไต่สวนพยานจำเลยตามกำหนดเดิมคือวันที่ 26 และ 30 มิ.ย. โดยขอนัดไต่สวนในวันที่ 28 ก.ค. และ 5 ส.ค. 52 ซึ่งศาลอนุญาต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;26 มิถุนายน 2552&lt;/strong&gt;เวบไซต์&lt;em&gt;ประชาไท &lt;/em&gt;รายงานว่า องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International)  ได้ส่งแถลงการณ์ถึงผู้สื่อข่าว ระบุว่า รัฐบาลไทยต้องอนุญาตให้มีการพิจารณาที่เปิดเผยต่อสาธารณะแก่ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ซึ่งถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพด้วยการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ โดยทันที  พร้อมทั้งระบุว่า  แม้สนธิสัญญาสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองระหว่างประเทศ (ICCPR) และรัฐธรรมนูญ จะอนุญาตให้กีดกันสาธารณะออกจากการพิจารณาคดีได้  แต่ก็ต้องเป็นไปอย่างจำกัดอย่างยิ่ง และจะต้องเป็นเพียงมาตรการสำคัญเพียงอย่างเดียวที่เหลืออยู่ หลังจากไม่มีมาตรการอื่นใดที่ใช้ได้แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;"ภายใต้หลักกฎหมายสากล การพิจารณาคดีที่เปิดเผยต่อสาธารณะเป็นหลักสำคัญในการปกป้องสิทธิของปัจเจกบุคคลจากการพิจารณาคดีและกระบวนการเกี่ยวกับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม...เมื่อศาลปิดประตูห้องพิจารณา นั่นคือสัญญาณเสี่ยงต่อความอยุติธรรม"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"รัฐบาลไทยจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ลำบากในการอธิบายว่าทำไมการพิจารณาคดีบุคคลคนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าแสดงความเห็นดูหมิ่น จึงต้องประนีประนอมกับความมั่นคงของประเทศไทย"&lt;br /&gt;แซม ซาริฟี ผู้อำนวยการองค์การนิรโทษกรรมสากลภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกล่าวในแถลงการณ์&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานข่าวนี้เช่นกัน  โดยระบุว่า องค์การนิรโทษกรรมสากลเรียกร้องประเทศไทย ให้เปิดเผยกระบวนการพิจารณาคดีที่นักเคลื่อนไหวทางการเมืองถูกฟ้องด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหลังจากที่การพิจารณาคดีถูกปิดลับด้วยเหตุผลเรื่อง "ความมั่นคงของชาติ"   รวมทั้งให้ข้อมูลว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผู้พิพากษาพรหมาศ ภู่แสง ได้สั่งให้ผู้สื่อข่าวและผู้สนับสนุนดารณีออกจากห้องพิจารณาคดีของศาลอาญาด้วยเหตุผลว่าคดีนี้กระทบต่อความมั่นคงของชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รอยเตอร์ได้สอบถามไปยังผู้พิพากษาพรหมาศ ภู่แสง ซึ่งได้รับคำตอบว่า  ตนไม่มีความเห็นต่อแถลงการณ์ขององค์กรนิรโทษกรรมสากล แต่ยืนยันในการตัดสินให้การพิจารณาคดีปิดลับ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;"สิ่งหนึ่งที่ผมสามารถพูดได้คือ ผมเป็นกลาง" ผู้พิพากษาพรหมาศกล่าวกับรอยเตอร์&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้  รอยเตอร์ ได้ระบุในรายงานเดียวกันด้วยว่า  &lt;br /&gt;"...ดารณี วัย 46 ปี เป็นที่รู้จักกันในนามของ ดา ตอร์ปิโด ถูกจับและดำเนินคดีข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากได้กล่าวปราศรัยอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการรัฐประหารที่โค่นอำนาจทักษิณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดารณีไม่มีหลักประกันเรื่องความยุติธรรมหากสาธารณะถูกกีดกันออกจากการมีส่วนร่วมในการพิจารณาคดี  ทนายของดารณีทำหนังสืออุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การพิจารณาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่น่าตกตะลึงซึ่งจะเกิดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 28 ก.ค. ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการปิดกั้นผู้ที่ไม่เชื่อฟังและเสรีภาพในการพูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือการดูหมิ่นสถาบันกษัตริย์ เป็นกฎหมายที่เข้มงวดของไทย ประเทศซึ่งประชาชนจำนวนมากจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระชนมายุ 81 พรรษา ทรงเป็นสมมติเทพซึ่งอยู่เหนือการเมือง&lt;br /&gt;ความผิดฐานนี้คือการจำคุกไม่เกิน 15 ปี…"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมาในวันเดียวกัน เวบไซต์&lt;em&gt;ประชาไท&lt;/em&gt;ได้มีรายงานว่า ในวันที่ 26 มิ.ย. 52  ธานี ทองภักดี รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีองค์การนิรโทษสากล (Amnesty International) ออกแถลงข่าวเกี่ยวกับการพิจารณาคดีของดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด ว่า การพิจารณาคดีดังกล่าวเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมภายใต้หลักกฎหมาย เช่นเดียวกับคดีอื่นๆ  โดยผู้ถูกดำเนินคดีได้รับสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม มีโอกาสในการต่อสู้คดีและได้รับความช่วยเหลือจากทนาย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนการที่ศาลสั่งให้พิจารณาคดีเป็นการลับนั้น  ถือเป็นดุลพินิจของศาลตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 177 สำหรับเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แห่งความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันความลับอันเกี่ยวกับความปลอดภัยของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ (ข้อ 14 ของกติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง) และไม่แตกต่างจากแนวปฏิบัติของประเทศอื่นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยังระบุด้วยว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียใจและไม่มีเหตุผลอย่างยิ่ง ที่องค์การนิรโทษสากลจะตั้งข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับความเที่ยงธรรมและความเป็นมืออาชีพของตุลาการไทย  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;28 มิถุนายน 2552&lt;/strong&gt;เวบไซต์ประชาไท ได้เผยแพร่คำแถลงของดารณี ชาญเชิงศิลปะกุล เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 52 ฉบับเต็ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2009/06/24877"&gt;ดูคำแถลงฉบับเต็มคลิ้กที่นี่&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;2 กรกฎาคม 2552 &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ที่ห้องพิจารณาคดี 908 ศาลอาญา ศาลนัดสืบพยานโจทก์ 5 ปาก ในคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือดา ตอร์ปิโด ในข้อหาร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่สิบคนขึ้นไป กระทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ทำให้เสียทรัพย์ พยายามบุกรุกและหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการป่าวประกาศ กระจายเสียง จากเหตุการณ์ที่ดารณีได้นำประชาชนในกลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อต่อต้านเผด็จ การ (นปก.) ในขณะนั้นราว  50-70 คน เดินทางไปชุมนุมล้อมบริษัท ไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัด ถ.พระอาทิตย์ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.50 โดยมีทั้งผู้ที่เดินเท้า ขับขี่มอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ และดารณีได้ใช้เครื่องกระจายเสียงบนรถสามล้อกล่าวโจมตีสนธิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;หมายเหตุ:&lt;/strong&gt; &lt;a href="http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_5453.html"&gt;อ่านรายละเอียดทั้งหมดของ 'กรณีดารณี ชาญเชิงศิลปกุล' คลิ้กที่นี่&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-4461781075777408452?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/4461781075777408452/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/18-2-52.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/4461781075777408452'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/4461781075777408452'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/18-2-52.html' title='ข้อมูลเพิ่มเติม &apos;กรณี ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล&apos; (18 มิ.ย. - 2 ก.ค. 52)'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-3129838781184186225</id><published>2009-07-07T12:54:00.002+07:00</published><updated>2009-07-07T12:56:44.390+07:00</updated><title type='text'>หมิ่นฯ' อีกราย - ขอออกหมายจับแกนนำเสื้อแดงรุ่นสอง</title><content type='html'>&lt;strong&gt;2 กรกฎาคม 2552&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เวบไซต์&lt;em&gt;กรุงเทพธุรกิจออนไลน์&lt;/em&gt;รายงานว่า  ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 2 ก.ค. 52  พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น.ได้ออกมาเปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการพิจารณาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ บช.น. ได้พิจารณาตามคดีที่พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม เสนอขึ้นมานั้น ได้มีความเห็นให้ สน.ชนะสงคราม ดำเนินการขออนุมัติศาลอาญาดำเนินคดีกับพิษณุ พรหมสร ผู้ต้องหาแกนนำคนเสื้อแดงรุ่นสองแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ รายงานข่าวระบุว่า แกนนำเสื้อแดงคนดังกล่าว ได้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่3 ปีถึง 15 ปี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2552 เวลา 22.15 น. ที่สนามหลวง ท้องที่สน.ชนะสงคราม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้านพล.ต.ต.อำนวย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ตำรวจยังจับกุมตัวไม่ได้ เพราะผู้ต้องหาหลบหนี โดยมีข้อมูลว่าหลบหนีไปประเทศลาว และน่าจะหลบหนีไปอยู่กับสุชาติ นาคบางไทร ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีหมิ่นไปก่อนหน้า&lt;br /&gt;&lt;br&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-3129838781184186225?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/3129838781184186225/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/blog-post_07.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/3129838781184186225'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/3129838781184186225'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/blog-post_07.html' title='หมิ่นฯ&apos; อีกราย - ขอออกหมายจับแกนนำเสื้อแดงรุ่นสอง'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-9001250613982793677</id><published>2009-07-07T12:52:00.001+07:00</published><updated>2009-07-07T12:52:47.771+07:00</updated><title type='text'>แจ้งจับ 'โจนาธาน เฮด' พร้อมกก. FCCT ฐานแพร่เอกสาร 'หมิ่นฯ'</title><content type='html'>&lt;br&gt;&lt;br /&gt;หญิงนักแปลชาวไทยวัย 57 ปี แจ้งความจับโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซี และกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) รวม 13 คน ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ฐานจำหน่ายวีซีดีจักรภพ และจัดแปลบทเสวนาวีระ -ณัฐวุฒิ ออกเผยแพร่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวบไซต์ &lt;em&gt;ASTVผู้จัดการออนไลน์&lt;/em&gt; รายงานว่า เมื่อเวลา 21.30 น. ของวันที่ 30 มิ.ย. 52 ลักษณา กรณ์ศิลป อายุ 57 ปี อาชีพนักแปลและที่ปรึกษาภาคอุตสาหกรรมบริษัทเอกชน  ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.เดชา พรหมสุวรรณ พนักงานสอบสวน (สบ.3) สน.ลุมพินี ให้ดำเนินคดีกับโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวบีบีซีประจำภูมิภาคเอเชีย และกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย หรือ FCCT รวม 13 คน  ในความผิดฐานหมิ่นประมาทดูหมิ่นอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยผู้แจ้งความอ้างว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าว ได้ร่วมกันนำคำบรรยายพิเศษภาษาอังกฤษ ของจักรภาพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ FCCT เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 50 ซึ่งมีถ้อยคำเข้าข่ายดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์  ไปบันทึกเป็นวีซีดีออกจำหน่ายให้กับประชาชน  รวมทั้งได้นำบทเสวนาของวีระ มุกสิกพงศ์ และณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ สองแกนนำ นปช. ซึ่งเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง แปลเป็นภาษาอังกฤษออกเผยแพร่&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ทั้งนี้ ผู้เข้าแจ้งความได้เปิดเผยว่า เข้าแจ้งความครั้งนี้ในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่รักและเคารพในสถาบันพระมหากษัตริย์  เนื่องจากเห็นว่าพฤติกรรมของ FCCT ที่จัดเวทีเสวนาให้กับจักรภพโดยมีการเตรียมคำถามคำตอบไปในทางพาดพิงสถาบัน และทำการบันทึกออกเผยแพร่แก่ประชาชนนั้น เข้าข่ายร่วมกันทำในลักษณะขบวนการ โดยอาจมีเป้าหมายทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันเบื้องสูงของไทยและบ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศ  นอกจากนี้ยังพบว่าอาจมีสื่อสิ่งพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของไทยร่วมขบวนการด้วยซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีต่อไป&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ทั้งนี้ รายงานข่าวดังกล่าวระบุว่า  ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความไว้ และเตรียมรวบรวมข้อมูลหลักฐานและสอบพยานเพิ่มเติม ก่อนเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินคดีต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-9001250613982793677?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/9001250613982793677/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/fcct.html#comment-form' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/9001250613982793677'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/9001250613982793677'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/fcct.html' title='แจ้งจับ &apos;โจนาธาน เฮด&apos; พร้อมกก. FCCT ฐานแพร่เอกสาร &apos;หมิ่นฯ&apos;'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-5680218909690456065</id><published>2009-07-07T12:50:00.001+07:00</published><updated>2009-07-07T12:53:02.331+07:00</updated><title type='text'>อัยการเลื่อนสั่งคดีผอ.ประชาไท เป็น 29 ก.ค.</title><content type='html'>&lt;br&gt;&lt;br /&gt;เวบไซต์&lt;a href="www.prachatai.com"&gt;&lt;em&gt;ประชาไท&lt;/em&gt;&lt;/a&gt; รายงานเมื่อเวลา 09.00 น.ของวันที่ 26 มิ.ย. 52 จีรนุช เปรมชัยพร ผอ.เว็บไซต์ประชาไทเข้ารายงานตัวต่ออัยการในคดีที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจฟ้องในข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ที่สำนักงานอัยการ  โดยทางอัยการแจ้งว่าได้เลื่อนสั่งคดีออกไป เนื่องจากได้สั่งให้เจ้าพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ ทางอัยการได้นัดให้มาฟังคำสั่งอีกครั้งวันที่ 29 ก.ค. 52 เวลา 09.00 น.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-5680218909690456065?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/5680218909690456065/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/29.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/5680218909690456065'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/5680218909690456065'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/29.html' title='อัยการเลื่อนสั่งคดีผอ.ประชาไท เป็น 29 ก.ค.'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-207711345979654779</id><published>2009-07-07T12:36:00.010+07:00</published><updated>2009-07-07T12:54:19.579+07:00</updated><title type='text'>ประชาไท สัมภาษณ์ทนาย ‘ดา ตอร์ปิโด’ ก่อนขึ้นศาลนัดแรก</title><content type='html'>&lt;blockquote&gt;เวบไซต์&lt;em&gt;ประชาไท&lt;/em&gt;ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ ‘ประเวศ ประภานุกูล’ ทนายความของดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ 'ดา ตอร์ปิโด' เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2552 - 5 วัน ก่อนนัดแรกของการพิจารณาคดี 'หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ' ที่ดารณีตกเป็นจำเลย&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา: &lt;em&gt;&lt;a href="http://www.prachatai.com"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;/em&gt; (Thu, 2009-06-18 23:25)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;สัมภาษณ์ทนาย ‘ดา ตอร์ปิโด’ ก่อนขึ้นศาล: ชะตากรรมคนถูกขังยาว และคำถามถึง ‘คนเสื้อแดง’&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘ดา ตอร์ปิโด’ ชื่อนี้ห่างหายจากหน้าข่าวไปนาน หลังจากเธอโดนตั้งข้อกล่าวหาที่เรียกกันว่า “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2551และนอนอยู่ในเรือนจำนับแต่นั้นมา โดยไม่สามารถประกันตัวออกมาสู้คดีได้เหมือนกรณีทั่วไป แม้ว่าพฤติการณ์ของเธอนั้นจะเกิดขึ้นจากปัญหาทางการเมืองก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในวันที่ 23 มิถุนายนนี้ คดีของดารณี ชาญเชิงศิลปกุล จะขึ้นสู่การพิจาณาของศาลเป็นครั้งแรกเพื่อสืบพยานโจทก์และจำเลยแบบต่อ เนื่องตลอดสัปดาห์ ก่อนที่จะเริ่มสืบพยานในคดีอื่นอีก 2 คดีถัดจากนั้น คือ การนำมวลชนไปล้อมเอเอสทีวี และกรณีหมิ่นประมาท พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความแตกแยกทางการเมืองยังดำรงอยู่อย่างเหนียวแน่นในสังคมไทย และข้อหาอันหนักหน่วงก็เป็นประเด็นการถกเถียงสำคัญในสังคมประชาธิปไตยแบบ ไทยๆ ‘ประชาไท’ จึงถือโอกาสนี้ สัมภาษณ์ ‘ประเวศ ประภานุกูล’ ทนายความของ ‘ดารณี’ ซึ่งให้ข้อมูล มุมมองที่น่าสนใจหลายประเด็น ทั้งเรื่องความลักลั่นของทัศนะทางการเมืองของทนายและลูกความ ความยากลำบากในการรับทำคดีพิเศษเช่นนี้ รวมไปถึงคำถามสำคัญบางอย่างที่เขาฝากบรรดาคนเสื้อแดง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;--------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;คำถามแรกคือ ทำไมถึงมารับทำคดีนี้ ?&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงๆ เป็นคำถามที่คิดมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่า ถ้าโดนถามจะตอบอย่างไร ที่จริงมีหลายเหตุผล ในแง่หนึ่ง มันก็แค่คดีๆ หนึ่งเท่านั้น คนที่สนิทกับผมจะรู้ว่า ผมเป็นคนค่อนข้างขวางโลก คิดไม่ค่อยเหมือนชาวบ้าน ฉะนั้นในสิ่งที่คนทั่วไปเขากลัว ผมเฉยๆ แล้วอาชีพผมเป็นทนายความ มีคนมาจ้างให้ทำคดีก็ควรจะรับพิจารณา และค่าจ้างเขาเต็มใจให้ในจุดที่เขามีกำลังจ่ายโดยไม่เดือดร้อน และเป็นจุดที่ผมพอใจ ก็ถือว่าเป็นสัมมาอาชีวะ ถ้าพูดตามภาษาพุทธ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกข้อหนึ่ง คือตอนเขาติดต่อมา พร้อมกับบอกว่าไม่มีใครรับทำคดีนี้ เขาหาทนายไม่ได้ ถ้าพูดให้มันหรูหน่อยก็คือ โดยจรรยาบรรณนักกฎหมาย เมื่อมีคนที่มีคดีความมาก็ไม่ควรจะปฏิเสธ เพียงแต่อย่าทำโดยฝืนมโนธรรม เช่น พลิกดำเป็นขาว มันถือเป็นสิทธิที่จำเลยคดีอาญาทุกคนมีสิทธิมีทนายความ ไม่ว่าจะเป็นมหาโจรที่โหดเหี้ยมหรือใครก็ตามแต่ การพิจารณาคดีในศาล ถ้าจำเลยไม่มีทนายความมันก็เสียความยุติธรรม แล้วโอกาสสู้คดีของเขาแทบจะไม่มี มันจึงถือเป็นหลักการอย่างหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกอย่างคือ เงื่อนไขในการรับคดีของผมนั้นชัดเจนว่าจะไม่พลิกดำเป็นขาว ฉะนั้น ถ้าหากว่าทำผิดอาญาแล้วจะมาสู้ให้หลุด คงไม่ใช่นิสัยผมที่จะทำให้ได้ แต่คดีนี้มันเป็นคดีการเมือง ไม่ใช่คดีอาญาแท้ๆ เป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดไว้ว่าเป็นความผิด ข้อหานี้อยู่ในหมวดความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ซึ่งเป็นหมวดเดียวกับข้อหากบฏด้วย การเป็นกบฏวัดกันแค่ว่าแพ้หรือชนะ ถ้าก่อกบฏแล้วชนะ ก็กลายเป็นผู้ปฏิวัติ คณะปฏิวัติรัฐประหาร แต่ถ้าทำแล้วแพ้ก็เป็นคณะก่อการกบฏ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกจุดหนึ่งคือ ถ้ามาให้ทำคดีโดยอยู่ในเงื่อนไขให้ต้องชนะจะอึดอัดมาก คดีนี้ไม่มีเงื่อนไขว่าสู้คดีแล้วต้องชนะ ในความเห็นผม ทนายความเป็นแค่คนเสนอหลักฐานต่อศาล ไม่ใช่ผู้ตัดสินคดี ฉะนั้นไม่สามารถรับรองผลของคดีได้ ถ้าตั้งเป็นเงื่อนไขมาก็คงต้องให้หาทนายอื่น แต่เขาไม่ได้ตั้งมาแบบนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนคุณดา ชัดเจนว่าเป็นคนเสื้อแดง มุมมองของคุณประเวศต่อเรื่องการเมืองเกี่ยวกับเสื้อแดง เสื้อเหลืองนั้นเป็นอย่างไร และระหว่างจุดยืนการเมืองของทนายกับลูกความนั้นตรงกันไหม ถ้าไม่ตรงกันจะทำให้ทำงานยากไหม ?&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าจุดยืนหรือทัศนะทางการเมืองของทนายกับตัวความแตกต่างกัน มันขึ้นอยู่กับทั้งคู่ว่าสามารถแยกแยะได้ไหม เพราะสองเรื่องระหว่างจุดยืนส่วนตัวกับการทำคดีมันไม่ได้เกี่ยวพันกันเลย คล้ายกับว่า คุณแยกเรื่องส่วนตัวกับงานได้ไหม ถ้าแยกได้ทั้งคู่ก็จะไม่มีความขัดแย้ง แต่ถ้าคนใดคนหนึ่งยึดติดตรงนั้นแล้วแยกไม่ออกว่านี่คือเรื่องของคดีความก็จะ เกิดความขัดแย้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมทำคดีให้เขา แม้ว่าจะเห็นไม่ตรงกันเรื่องทักษิณ เพราะเห็นว่าเราล้วนเป็นประชาชนคนหนึ่ง ผม นายประเวศ ที่เพื่อนเรียกไอ้เวศ ผมมีสิทธิที่จะเลือกชอบหรือไม่ชอบใคร แต่ตรงนี้ผมทำในฐานะทนายความ แล้วทนายความมีหน้าที่ทำตามวิชาชีพ และถึงแม้ดาจะมีทัศนคติทางการเมืองที่ไม่ตรงกับผม แต่เขามีสิทธิแสดงออกในสิ่งที่เขาคิดเห็นว่าถูกต้อง ผมถึงทำคดีให้เขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับทัศนะของผมเอง ระหว่างเสื้อแดงกับเสื้อเหลือง ผมก็ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ เพราะผมไม่ชอบทักษิณ พูดง่ายๆ คือ อยู่ในกลุ่มต่อต้านและขับไล่ทักษิณตั้งแต่ก่อนปฏิวัติ แล้วถ้าถามความรู้สึกช่วงหลังปฏิวัติรัฐประหาร ผมรู้สึกโล่งด้วยซ้ำไปว่าเรื่องนี้จะได้จบ ทั้งที่จริงๆ แล้วมองกลับไปตอนนี้ มันอาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องก็ได้ มันทำให้พัฒนาการทางการเมืองของระบอบประชาธิปไตยสะดุด แต่ว่า ‘ดา’ เขาชัดเจนว่าเขาเชียร์ทักษิณ ถ้าถามว่า ผมเสื้อเหลืองไหม ผมก็เคยไปชุมนุมกับเขาเมื่อตอนก่อนปฏิวัติในฐานะชาวบ้านคนหนึ่ง แต่ว่าหลังจากนั้นมาก็ไม่เคยไปร่วมอีก ทุกวันนี้ผมคงไม่ใช่เสื้อเหลืองแล้ว แต่ผมก็ไม่เคยชอบทักษิณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ตรงนี้ทั้งทนายและดาเองสามารถเข้าใจในทัศนะที่แตกต่างกันได้ และไม่มีปัญหาความขัดแย้ง&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใช่ ผมบอกเขาตรงๆ ว่าผมไม่ชอบทักษิณ และเขาเองตอนที่คุยกันก็เถียงกันคุกแทบแตก เขาเน้นว่า มันเป็นเรื่องของระบอบประชาธิปไตย เหมือนทัศนะของเขานั้น การเลือกตั้งสำคัญที่สุด แต่ในทัศนะผม การเลือกตั้งไม่ใช่ประชาธิปไตยเสมอไป มันเป็นเพียงแค่องค์ประกอบหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกวันนี้ในความรู้สึกของผม ถามว่าประชาธิปไตยในเมืองไทยมีไหม ผมลังเลที่จะบอกว่ามี การเลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการหนึ่งในการขึ้นสู่อำนาจ เข้าไปกุมอำนาจรัฐ ซึ่งความจริงแล้วมีได้หลายทาง ท้ายที่สุด มันก็อยู่ที่ว่าคนกุมอำนาจรัฐจะใช้อำนาจรัฐในมือเพื่อประชาชนคนส่วนใหญ่ อย่างแท้จริงหรือเปล่า แต่ที่เห็นทุกวันนี้ไม่ว่าจะรัฐบาลจากการยึดอำนาจรัฐประหารหรือการเลือกตั้ง ล้วนใช้อำนาจไปเพื่อผลประโยชน์เฉพาะตัวเฉพาะกลุ่ม และอ้างว่าทำเพื่อประชาชน มีลักษณะ มือถือสากปากถือศีล และดูเหมือนระบาดไปทุกวงการ ไม่เฉพาะการเมือง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอาเป็นว่าผมไม่ใช่ทั้งเสื้อแดงและเสื้อเหลือง และยังอยู่ในจุดยืนเดิมว่าไม่ได้ชอบทักษิณ รวมทั้งระบอบทักษิณด้วย เพียงแต่ว่าในความรู้สึก ณ ปัจจุบัน คือ ถึงไล่ระบอบทักษิณออกไปทั้งหมด มันก็มีคนอื่นหรือระบอบอื่นที่เข้ามาแทนที่ แล้วก็ไม่ได้แตกต่างกัน เพียงแต่อาจจะหน้าบางกว่า หรือมีการแสวงหาประโยชน์ด้วยวิธีการที่แนบเนียนกว่า สุดท้ายประชาชนก็ยังตกเป็นเหยื่อ ถูกขูดรีดอยู่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูง่ายๆ ว่ายิ่งพัฒนาประเทศชาวบ้านยิ่งเป็นหนี้ ผมอยู่ตรงนี้แล้วเห็นชัดตั้งแต่ทำเรื่อง easy buy เมื่อปี 48 คนที่มีปัญหาหนี้สิ้นวิ่งเข้ามาหา เลยได้รับรู้ตรงนี้เยอะ แบงก์พยายามจะขายบัตรเครดิตมากขึ้น ต่างจากเมื่อก่อนที่บัตรเครดิตเป็นของคนที่มีฐานะการเงินดี แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ แล้วลองสำรวจดูจะพบว่า ทุกบ้านมีหนี้สินแบบนี้หมด แนวโน้มมันชวนให้เป็นหนี้กันง่ายมาก เป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจรัฐควรจะมองเห็นปัญหาและควบคุม แต่ก็ไม่สนใจกับปัญหาเหล่านี้เลย ตรงกันข้าม รัฐมีแต่นโยบายที่ห่วงใยธนาคารพาณิชย์ กลัวจะเก็บเงินที่ปล่อยกู้คืนไม่ได้ กลัวธนาคารพาณิชย์จะกำไรน้อย ทุกวันนี้ส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้กับเงินฝากก็ต่างกันตั้ง 27% ต่อปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้ผมพยายามปิดตัวเองเพื่อจะลดงานด้านนี้ลง เพราะไม่ไหว ตัวเขาเดือดร้อน มาถึงผม ผมก็คิดเงินเขาไม่ลง แล้วผมก็ไม่ได้ร่ำรวย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;จากที่เคยทำคดีทางแพ่ง เป็นหลัก คดีนี้เป็นคดีอาญา มันมีข้อจำกัด หรือแรงเสียดทานอะไรไหม โดยเฉพาะเมื่อเป็นคดีอาญาที่ค่อนข้างเป็นประเด็นอ่อนไหวมากในสังคมไทย?&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถามว่าหนักใจในการทำคดีอาญาไหม มันก็มีบ้าง แต่ในเมื่อไม่ได้ถูกจำกัด ตีกรอบว่าต้องได้รับผลลัพธ์ที่ต้องการ ก็ทำคดีด้วยความสบายใจ แรงกดดันตรงนี้ก็น้อยลง&lt;br /&gt;แต่ถ้าแรงเสียดทานจากคนรอบข้าง คนที่ผมรู้จักเกือบทุกคน เพิ่งมีวันนี้คนเดียวเท่านั้นเองที่บอกว่า เห็นด้วยกับการทำคดีนี้ นอกนั้นคอมเม้นต์ไปทางเดียวกันหมดว่าไม่ควรทำ ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ให้เหตุผลชัดเจนนัก อันที่จริงมักจะไม่ค่อยมีเหตุผลด้วยซ้ำ แต่ผมอาจจะไม่ได้ถามเองด้วย ถ้าสรุปก็คือ ห่วงเรื่องจะเสียภาพพจน์ของตัวผมเอง และภาพลักษณ์ส่วนตัวของดา ตอร์ปิโด เองก็ใช่ว่าจะดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่ผมตัดสินใจลงไปแล้ว ถ้าจะเปลี่ยนใจผม คงต้องมีเหตุผลที่ดีจริงๆ ไม่อยากจะบอกถึงขนาดว่า ได้คิดรอบด้านก่อนที่จะตัดสินใจทำแล้ว แต่ในความเป็นจริงมันก็เป็นอย่างนี้ ผมคิดถึงจุดนี้ก่อนแล้วว่าต้องมีแรงเสียดทาน ไม่เห็นด้วยแน่ แต่เมื่อตัดสินใจไปแล้วก็ต้องรับแรงกดดันนี้ให้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;อยากจะให้เล่าถึงคุณดาหน่อยว่าเท่าที่ได้พูดคุย เขาเป็นคนยังไง มีวิธีคิดประมาณไหน ?&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาก็เป็นคนธรรมดา ปุถุชนคนหนึ่ง ทัศนะทางการเมืองของเขา เท่าที่ได้คุยกับเขาผ่านโทรศัพท์ในเรือนจำ เขาก็ยืนยันว่า เขาสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตย ซึ่งในความรู้สึกผมก็คือ ยังยึดติดกับการเลือกตั้ง และเป็นคนระดับปัญญาชน เข้าใจเรื่องการเมืองของเมืองไทยได้ดีพอสมควร ผมเชื่อว่า มันถึงจุดที่เขาสู้เพื่อประชาธิปไตย เขาไม่ได้อุทิศถวายหัวให้ทักษิณแน่ แต่เขาอาจยึดติดกับการเลือกตั้งมากไปหน่อย ผมคิดว่า ถ้าเลือกตั้งแล้วได้รัฐบาลทรราชย์ เราก็ควรมีเงื่อนไขขั้นตอนที่จะถอดถอนออกได้ ไม่ใช่ว่าเลือกตั้งแล้วจบ มีสิทธิแค่หย่อนบัตรแล้วจบ เพราะมันจะกลายเป็นเผด็จการของการซื้อเสียง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พูดง่ายๆ คำว่าประชาธิปไตยในทัศนะของผม หมายถึงการยอมรับว่ามีความแตกต่างทางความคิดเห็น และคนที่เห็นแตกต่างจากเราก็มีสิทธิแสดงความคิดเห็นของเขา นี่เป็นจุดที่สำคัญที่สุด คนเห็นต่างๆ ไม่ใช่ศัตรู ทุกวันนี้มันกลายเป็นว่า เห็นต่างจากข้าไม่ได้ โจมตีกันอุตลุด เปรียบเทียบถึง มาตรา 112 แล้ว มันก็เหมือนจำกัดกรอบไว้เลยว่าห้ามแสดงความคิดเห็นที่เป็นปฏิปักษ์กับสถาบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนสภาพความเป็นอยู่ของเขาข้างใน ทีแรกผมไม่ได้สัมพันธ์กับคนที่อยู่ข้างในมาก่อน เคยทำคดีอาญามาบ้าง ไปเยี่ยมคนในคุกก็แค่ครั้งสองครั้ง แล้วก็ประกันตัวมาคุยกันข้างนอก มีเคสนี้เท่านั้นที่ต้องคุยกับเขาในนั้นตลอด สภาพความเป็นอยู่ของเขาข้างในค่อนข้างแย่ แต่ดูแล้วก็ไม่ได้ถูกเลือกปฏิบัติแตกต่างจากคนอื่นเท่าไหร่ มันแย่เหมือนกันหมด ถ้าจะปรับปรุงก็ควรปรับปรุงทั้งระบบเลย เพียงแต่เขาถูกจับตามองมากกว่าคนอื่นในฐานะคนดัง ทั้งชื่อเขาและข้อหาที่โดน เหมือนถูกเพ่งเล็งมากกว่า พูดถึงดา ตอร์ปิโด ข้างในเขารู้จักกันหมด แล้วตัวเขาเองโดยนิสัยก็แข็งกร้าว ตอบโต้อะไรรุนแรง บางทีกฎระเบียบในนั้นก็แข็งกร้าว ทะเลาะกันก็จะโดนลงโทษทั้งคู่ ไม่ต้องไต่สวนว่าใครถูกใครผิด ใครเริ่มก่อน เขาจึงโดนอะไรรุนแรงอยู่พอสมควร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ล่าสุด แกบอกว่าได้เลื่อนตำแหน่งเป็นแม่ห้อง ผมก็ไม่ชัดเจน แต่ฟังดูคล้ายๆ กับหัวหน้าห้องนักเรียน แล้วแกจับคนขโมยของในห้องได้ แล้วโดนคนขโมยคนนั้นตีหัว มีเรื่องกัน ผู้คุมก็ลงโทษทั้งคู่ นี่ยังไม่รวมสภาพอื่นๆ อาหารก็แย่และน้อย อาบน้ำก็จำกัดมาก และบังคับกฎเกณฑ์กับชีวิตอย่างหนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ขอถามถึงมุมมองต่อประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่าเป็นอย่างไร และมองการบังคับใช้กฎหมายนี้อย่างไร ?&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคสอื่นไม่ทราบ แต่เคสของดา พอโดนข้อหานี้ก็ไม่ได้รับการประกันตัวเลย เหตุผลหลักคือ กลัวหลบหนี ซึ่งจริงๆ แล้วหลักกฎหมายสากล ผู้ต้องหา จำเลยในคดีอาญามีสิทธิได้รับการประกันตัว เพราะโดยหลักการแล้วถือว่าทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อน จะผิดก็ต่อเมื่อศาลตัดสินว่าผิด ดังนั้น การไม่ให้ประกันตัว คือการปฏิบัติต่อจำเลยเหมือนกับว่ากระทำความผิดแล้ว ลักษณะแบบนี้ดูเหมือนจะเกิดขึ้นกับมาตรานี้มาตราเดียว อาจจะรวมถึงมาตราอื่นๆ ในหมวดเดียวกันนี้ด้วยก็ได้ แต่ผมเองยังไม่ทราบ เพราะยังไม่เห็นการดำเนินคดีในมาตราอื่นๆ เช่น กบฏต่อรัฐว่าเป็นยังไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พูดง่ายๆ พอโดนข้อหานี้เข้าไป ถูกปฏิบัติเหมือนผิดแล้ว ขณะที่มาตราอื่น ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 หรือ 289 คือฆ่าคนตาย มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต กลับได้รับการประกันตัว ถามว่าข้อหานี้มันเป็นความผิดอาญาแท้ๆ ไหม ผมรู้สึกว่าไม่น่าจะใช่ ความผิดอาญาแท้ๆ มันเห็นโดยแท้ ทุกคนรู้สึกว่าทำแล้วเป็นความผิด อย่างฆ่าคนตาย ลักทรัพย์ บางกรณีโดนตัดสินคดีจำคุกเป็นร้อยปีก็ยังได้รับการประกันตัวระหว่างสู้คดีถ้าถามเลยเถิดไปถึงว่า ควรยกเลิกมาตรานี้ด้วยหรือไม่ ผมว่าน่าจะยกเลิกนะ เพราะถึงไม่มีมาตรานี้ก็มีเรื่องหมิ่นประมาท ซึ่งเป็นมาตราทั่วไปอยู่ในประมวลกฎหมายอาญาอยู่แล้ว แต่แตกต่างที่ถ้าหมิ่นประมาททั่วไปต้องมีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ แต่ข้อหานี้ ถ้าตำรวจรู้ว่ามีการกระทำเกิดขึ้นสามารถดำเนินคดีได้เองเลยโดยไม่ต้องมีใคร แจ้งความ ซึ่งตรงนี้อยู่ที่วิธีคิดอีกแง่หนึ่งคือ เป็นเพราะระบบการเมืองของเราเป็นหัวมังกุท้ายมังกร ยกย่องสถาบันกษัตริย์ให้อยู่เหนือการเมือง ขณะเดียวกันกับบัญญัติว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สองอย่างนี้ขัดแย้งกัน เพราะประมุขของการปกครองระบอบประชาธิปไตยหนีไม่พ้นการเมือง และอาจนำสู่คำถามว่า ระบอบประชาธิปไตยผู้ปกครองประเทศถูกประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ได้ไหม ถ้าแก้ปัญหานี้ได้ก็ไม่ต้องมีมาตรานี้ หรือถึงแม้จะมีไว้ก็จะมี่การกระทำความผิดที่ต้องมาดำเนินคดีกันแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เคสนี้สำคัญต่อสังคมอย่างไร ?&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมคงไม่กล้าพูดถึงขนาดนั้น ในความรู้สึกผม มันเป็นเรื่องของสิทธิทางการพูด แสดงความคิดเห็น มันอาจมีคำพูดที่ไม่เหมาะสมไปบ้าง เช่น เราอาจรู้สึกว่ามันเป็นคำหยาบ แต่ภาษามันก็แค่สื่อความหมาย คำหยาบในยุคหนึ่งอาจเป็นคำสุภาพในยุคหนึ่ง ขึ้นอยู่กับค่านิยมของสังคม แต่มันเป็นสิทธิในการแสดงความเห็น และเรื่องนี้มีคนอื่นโดนหลายคดี สังเกตเห็นได้เลยว่า ลักษณะการไฮปาร์กซาลง พอโดนข้อหานี้แล้วจำคุกกันจริงๆ หนักด้วย อย่างต่ำ 3 ปี อย่างสูง 15 ปี เท่าที่ได้ยินมา บางคนขนาดรับสารภาพยังโดน 12 ปีลดเหลือกึ่งหนึ่ง มันเป็นโทษที่สูงกว่าฆ่าคนตายด้วยซ้ำ ฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ศาลยังลงโทษน้อยกว่านี้ แล้วการไฮปาร์กของเสื้อแดงก็เบาลงไปมาก เรียกว่าปรามได้ผล ทั้งที่จริงๆ แล้วผมก็ไม่ได้ชอบเสื้อแดงนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกอย่างหนึ่ง ตั้งแต่ทำคดีนี้ ความรู้สึกของผมคือ เหมือนดาเขาถูกปล่อยเกาะ ก่อนหน้าที่เขาจะโดนจับคดีนี้ เขาเหมือนขุนพลคนหนึ่ง แม่ทัพนายกองคนหนึ่งของทักษิณ จากรูปที่ตำรวจถ่ายมาส่งให้อัยการ จะเห็นเลยว่าการไฮปาร์กของเขา เขาทำด้วยใจ แต่พอโดนคดีนี้ หนีหมด ทนายของเสื้อแดงก็ไม่กล้าทำคดี แล้วแรกๆ อาจมีคนไปเยี่ยมเขาบ้าง แต่ทุกวันนี้ไม่มีเลย มันสะท้อนให้เห็นว่า จริงๆ แล้วคุณรวมกลุ่มกันด้วยอุดมการณ์จริงหรือเปล่า คุณไม่ผิดที่ชอบทักษิณ แต่ว่าพอถึงจุดคับขัน คุณทิ้งเพื่อนหรือเปล่า นี่เป็นคุณธรรมข้อหนึ่งที่อยากจะฝากไปถึงเพื่อนๆ ร่วมอุดมการณ์ของดาด้วย เพื่อนคนหนึ่งที่ร่วมต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ถูกกระทำโดยอำนาจรัฐขนาดนี้ แต่ไม่มีกำลังใจจากเพื่อนร่วมอุดมการณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ผมหนักใจที่สุดในการทำคดีนี้ก็คือ ขึ้นศาลแล้วสิ่งที่ผมต้องต่อสู้ด้วยคือทัศนคติ ความคิดของคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะผู้พิพากษา ผมไม่รู้ว่าผมจะต้องไปเจออะไรบ้าง แต่อย่างน้อย ถ้าหากว่ามีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ของดาไปให้กำลังใจ แน่นอนมันก็มีส่วนช่วยในด้านกำลังใจที่จะสู้ไปตามอุดมการณ์ที่คุณมี ที่คุณเชื่อฝากบอกไปถึงพวกเขาอีกอย่างหนึ่งว่า คนที่ทำคดีนี้ให้เขาเป็นคนที่มีความเห็นทางการเมืองอาจจะเรียกได้ว่าตรงกัน ข้ามกับเขา แล้วคุณที่มีความเห็นทางการเมืองร่วมกันกับดา ทำไมคุณถึงยังอยู่เฉยๆมันก็เป็นเรื่องตลกอยู่พอสมควร เพราะผมเป็นคนที่ไล่ทักษิณ กลับมาทำคดีให้คนที่เชียร์ทักษิณ แล้วคนที่เชียร์ทักษิณด้วยกัน ทำไมคุณยังหลบอยู่ อย่างน้อยน่าจะออกมาดูการพิจารณาคดีที่ศาลอาญา รัชดา ซึ่งวันที่ 23-25 มิถุนายนนี้จะเป็นสืบพยานโจทก์ และวันที่ 26 กับ 30 มิถุนายนนี้เป็นสืบพยานจำเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;หมายเหตุ:&lt;/strong&gt; &lt;a href="http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_5453.html"&gt;อ่านรายละเอียดทั้งหมดของ &lt;strong&gt;'กรณีดารณี ชาญเชิงศิลปกุล'&lt;/strong&gt; คลิ้กที่นี่&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-207711345979654779?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/207711345979654779/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/207711345979654779'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/207711345979654779'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/07/blog-post.html' title='ประชาไท สัมภาษณ์ทนาย ‘ดา ตอร์ปิโด’ ก่อนขึ้นศาลนัดแรก'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-3277524749639221440</id><published>2009-06-04T19:51:00.002+07:00</published><updated>2009-06-04T19:54:37.108+07:00</updated><title type='text'>กรณีสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์</title><content type='html'>สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือสุรชัย แซ่ด่าน ถูกแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากกรณีการปราศรัยที่เวทีสนามหลวงเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 51  โดยเรื่องนี้มีข่าวปรากฏครั้งแรกในวันที่ 10 มี.ค. 52 ทางรายการวิทยุ "แท็กซี่เรดิโอ"  ซึ่งสุรชัยเป็นผู้ดำเนินรายการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ สุรชัยได้เข้ารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนสน.ชนะสงครามเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 52 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดไปให้ปากคำภายใน 30 วัน โดยไม่มีการควบคุมตัวแต่อย่างใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;รายละเอียด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10 มีนาคม 2552&lt;br /&gt;ได้มีข้อมูลปรากฏในหลายเวบไซต์ รวมทั้ง&lt;a href="http://thaienews.blogspot.com/2009/03/blog-post_7305.html"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ไทยอีนิวส์&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;  ว่า เมื่อเวลาราว17.30 น. สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือสุรชัย แซ่ด่าน แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) รุ่นที่ 2  ได้กล่าวทางรายการวิทยุ "แท็กซี่เรดิโอ" ว่ามีผู้ไปแจ้งความให้ดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตน  โดยระบุด้วยว่า ตนเป็นฝ่ายประชาธิปไตยรายล่าสุดที่ตกเป็นเหยื่อคดีนี้  แม้ว่านักวิชาการ ปัญญาชน และนักสิทธิมนุษยชนทั่วโลกกำลังรณรงค์เคลื่อนไหวให้ปฏิรูปกฎหมายหมิ่นฯ ไม่ให้นำมาเป็นเครื่องมือเล่นงานกันทางการเมืองก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยสุรชัยได้ให้ข้อมูลว่า ผู้ที่แจ้งความดำเนินคดีได้อ้างว่าตนมีความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ 3ประเด็นคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote style="color: rgb(0, 0, 0);"&gt;ประเด็นที่ 1 กรณีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯมีพระราชดำรัสกับศาลปกครอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเด็น ที่ 2 เพราะตนไปกล่าวตั้งคำถามว่า "ในหลวงหายไปไหนในวันที่ 4 ธันวาคม2551 ไม่เสด็จลงมหาสมาคม พระราชทานพระกระแสดำรัสแก่พสกนิกรชาวไทยตามปกติทุกปี"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเด็น ที่ 3 เพราะตนไปตั้งคำถามเรื่องการแต่งตั้งและโปรดเกล้าฯให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าสภาแต่งตั้งตอนเช้า โปรดเกล้าฯตอนเย็น&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้  สุรชัยกล่าวว่า เรื่องที่ได้พูดว่าในหลวงหายไปไหนนั้น ก็เพราะเป็นพสกนิกร ก็มีความเป็นห่วงในหลวงกันทั้งสิ้น  ในเมื่อทราบแต่ว่าทรงพระประชวร แต่ไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักพระราชวังอย่างเป็นทางการเหมือนทุกครั้ง และไม่ได้ประกาศให้พสกนิกรชาวไทยได้รับทราบเป็นระยะดังที่เคยทำมาทุกครั้ง  พสกนิกรชาวไทยก็ต้องห่วงใยในพระองค์ท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนเรื่องอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ตนกล่าวว่าได้รับแต่งตั้งจากสภาให้เป็นนายกรัฐมนตรีตอนเช้าแล้วได้รับโปรดเกล้าฯตอนเย็นนั้น  ก็เพราะเห็นว่า ธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติอย่างก่อนมาไม่รวดเร็วอย่างนั้น ซึ่งตามปกติผู้นำเสนอทูลเกล้าคือประธานรัฐสภาปกติก็อาจใช้เวลาในการตรวจสอบระยะหนึ่งก่อนให้รอบคอบ เพื่อไม่ให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นสุรชัยได้กล่าวกับผู้ฟังว่า "ประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยไม่ต้องเป็นห่วงผม ผมพร้อมเป็นกองหน้า พร้อมติดคุกตอนแก่" โดยๆได้พูดติดตลกด้วยว่า "สบายเสียอีก จะได้มีเวลาไปอ่านหนังสือในคุก อยู่นอกคุกนี่ลำบาก ต้องจัดวิทยุ ต้องไปขึ้นเวทีปราศรัย ต้องเดินสายไปพูดที่โน่นที่นี่ มันเหนื่อย"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม สุรชัยได้กล่าวด้วยว่า ตนคงไม่ได้ติดคุกไวนัก เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับการแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ก็คงต้องตรวจสอบสำนวนคดี "...กว่าอัยการจะส่งฟ้องก็คงจะนานไปปีหน้า 2553 โน่นแล้ว...ดูข้อหาใหญ่ แต่ดูสำนวนแล้วไม่น่าจะใหญ่มาก  จากประสบการณ์ติดคุกมา 16 ปีนั้น ผมดูแล้วเป็นการเล่นงานทางการเมืองของรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่ต้องการสกัดทำลายฝ่ายประชาธิปไตย และเป็นภารกิจหลักของรัฐบาลชุดนี้ที่ต้องการทำลายฝ่ายเสื้อแดง และสื่อของฝ่ายเสื้อแดง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;12 มีนาคม 2552&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;รายงานข่าวในเวบไซต์&lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2009/03/20326"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ประชาไท&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;ระบุว่า ได้มีการสอบถามไปยังสุรชัย แซ่ด่าน เกี่ยวกับกรณีถูกแจ้งความในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  ซึ่งสุรชัยได้กล่าวยอมรับ และให้รายละเอียดว่าว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งผ่านมายังวีระ มุสิกพงศ์ และหลังจากนั้นตนก็ได้เข้าไปรายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนสน.ชนะสงครามเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าตำรวจที่ได้แจ้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากกรณีการปราศรัยที่เวทีสนามหลวงเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.51  ซึ่งในขณะนี้ทางตำรวจเพียงแต่แจ้งข้อกล่าวหา และนัดไปให้ปากคำภายใน 30 วัน โดยไม่มีการควบคุมตัวแต่อย่างใด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-3277524749639221440?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/3277524749639221440/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/06/blog-post_2453.html#comment-form' title='3 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/3277524749639221440'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/3277524749639221440'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/06/blog-post_2453.html' title='กรณีสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-251155141109210256</id><published>2009-06-04T19:44:00.004+07:00</published><updated>2009-06-04T20:00:59.412+07:00</updated><title type='text'>คดี 'สองไม่ยืน' อัยการเลื่อนอีก เหตุรอผลสอบเพิ่ม</title><content type='html'>โชติศักดิ์ อ่อนสูง หนึ่งในผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากกรณีไม่ยืนระหว่างที่มีการบรรเลงเพลงสรรเสริญในโรงภาพยนตร์ ออกมาเปิดเผยว่า ตามที่อัยการได้นัดตนและเพื่อนที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวไปฟังคำสั่งเมื่อ 26 พฤษภาคม 2552 นั้น  ล่าสุด อัยการได้สั่งเลื่อนนัดอีกครั้ง ไปเป็นวันที่ 28 กรกฎาคม 2552  โดยให้เหตุผลว่าทางอัยการได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปสอบสวนเพิ่มเติม แต่ยังไม่ได้รับผลการสอบสวนดังกล่าว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-251155141109210256?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/251155141109210256/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/06/blog-post_04.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/251155141109210256'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/251155141109210256'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/06/blog-post_04.html' title='คดี &apos;สองไม่ยืน&apos; อัยการเลื่อนอีก เหตุรอผลสอบเพิ่ม'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-421426565918734047</id><published>2009-06-02T16:32:00.003+07:00</published><updated>2009-06-02T16:36:45.413+07:00</updated><title type='text'>ตำรวจส่งสำนวนคดี ‘ผอ.ประชาไท’ ให้อัยการแล้ว</title><content type='html'>เวบไซต์&lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2009/06/24510"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ประชาไท&lt;/span&gt;&lt;/a&gt; รายงานเมื่อวันที่ื 1 มิ.ย. 52 ว่า  ที่สำนักงานอัยการสูงสุด พ.ต.ท.บุญเลิศ กัลยาณมิตร พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ส่งสำนวนคดีที่จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท และผู้ดูแลเว็บบอร์ดประชาไท ตกเป็นผู้ต้องหาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ 2550 ให้กับอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8  โดยอัยการได้รับเรื่องไว้ และจีรนุชได้ประกันตัวในชั้นอัยการเป็นที่เรียบร้อย  ทั้งนี้ พนักงานอัยการได้นัดหมายสั่งคดีในวันที่ 26 มิ.ย.นี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยกรณีดังกล่าว ตำรวจกองปราบได้นำหมายจับเข้าจับกุมจีรนุชเมื่อวันที่ 6 มี.ค.52 ด้วยข้อกล่าวหาตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) (3) (5) และมาตรา 15 เนื่องจากมีการโพสต์ข้อความในกระทู้หนึ่งของเว็บบอร์ดประชาไทเมื่อวันที่ 15 ต.ค.51 ซึ่งพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วเห็นว่าเข้าข่ายความผิด  อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกกล่าวหาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดในชั้นพนักงานสอบสวน  ต่อมาวันที่ 7 เม.ย. พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มอีกจำนวน 9 กระทง จาก 9 กระทู้ในเว็บบอร์ดดังกล่าว ที่โพสต์ในช่วงเดือน เม.ย.-ส.ค.51 ซึ่งได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดนำส่งพนักงานอัยการตามข่าว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-421426565918734047?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/421426565918734047/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/06/blog-post_02.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/421426565918734047'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/421426565918734047'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/06/blog-post_02.html' title='ตำรวจส่งสำนวนคดี ‘ผอ.ประชาไท’ ให้อัยการแล้ว'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-6734638148382655664</id><published>2009-06-02T16:26:00.001+07:00</published><updated>2009-06-04T20:10:05.972+07:00</updated><title type='text'>คดี ‘สุวิชา’ อัยการไม่อุทธรณ์ ทนายเตรียมยื่นปิดคดี</title><content type='html'>เวบไซต์&lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2009/06/24508"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ประชาไท&lt;/span&gt;&lt;/a&gt; รายงานเมื่อเวลา 19.32 น. ของวันที่ 1 มิถุนายน 2552 ว่า คดีที่สุวิชา ท่าค้อ ซึ่งถูกศาลตัดสินจำคุก 10 ปี ในความผิดตามพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และมาตรา 112 ของกฎหมายอาญา หรือคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  ที่อัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลขยายระยะเวลาอุทธรณ์จากวันที่ 3 พ.ค. เป็นวันที่ 1 มิ.ย. นั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 พ.ค.52  พ.ต.ท.พิชิต นนทสุวรรณ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ยื่นคำแถลงต่อศาลว่า อัยการฝ่ายคดีศาลสูงมีคำสั่งไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาและอธิบดีกรมสอบ สวนคดีพิเศษเห็นพ้องด้วยกับคำสั่งไม่อุทธรณ์ โจทก์จึงไม่อุทธรณ์คดีนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้านอานนท์ นำพา ทนายของสุวิชา กล่าวกับ&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ประชาไท&lt;/span&gt;ว่า  เมื่อทางอัยการไม่ดำเนินการอุทธรณ์ ก็จะดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ศาลสั่งคดีถึงที่สุดต่อไป โดยอาจจะดำเนินการในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ หรืออย่างช้าที่สุดในวันจันทร์ที่จะถึงนี้  และหลังจากนั้นก็จะเตรียมการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษต่อไป&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-6734638148382655664?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/6734638148382655664/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/06/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/6734638148382655664'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/6734638148382655664'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/06/blog-post.html' title='คดี ‘สุวิชา’ อัยการไม่อุทธรณ์ ทนายเตรียมยื่นปิดคดี'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-3615968656687917185</id><published>2009-05-27T21:29:00.001+07:00</published><updated>2009-05-27T21:31:03.386+07:00</updated><title type='text'>ออกหมายจับแกนนำเสื้อแดง 'หมิ่นฯ' หลังปราศรัย 'ปลดรูป'</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;กรณีก่อแก้ว พิกุลทอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;21 พ.ค. 52  สภ.อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้มีหมายจับก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากการกล่าวปราศรัยในงานชุมนุม "ความจริงวันนี้สัญจร"  ซึ่งมีขึ้นที่จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 52  ทั้งนี้ เวบไซต์ ASTV ผู้จัดการออนไลน์ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ในการปราศรัยดังกล่าว แกนนำคนเสื้อแดงผู้นี้ได้กล่าวในทำนองว่า &lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;"มีการปลดรูปบุคคลสำคัญ"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โฟนอินเข้ามาปราศรัยระหว่างการชุมนุมนัดดังกล่าวนั้น  พ.ต.อ.สมโภชน์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังสอบสวนว่าเข้าข่ายความผิดใดหรือไม่ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;รายละเอียด:&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;21 พฤษภาคม 2552&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เวบไซต์ &lt;span style="font-style: italic;"&gt;INN online &lt;/span&gt;รายงานว่า พ.ต.อ.สมโภชน์ สนกนก ผกก.สภ.อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้เปิดเผยว่า  สภ.อ.แม่ริมได้มีหมายจับ ก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งบัญญัติว่า ผู้ใด หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือ แสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษ จำคุก 3 ปี-15 ปี  จากการกล่าวปราศรัยในงานชุมนุม "ความจริงวันนี้สัญจร"  ซึ่งมีขึ้นที่สนามกีฬา 700 ปี จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมา ก่อนที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะนัดหมายชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้านเวบไซต์ &lt;span style="font-style: italic;"&gt;ASTV ผู้จัดการออนไลน์&lt;/span&gt; ซึ่งรายงานเรื่องนี้ในวันเดียวกัน  ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า  ในเนื้อหาการปราศรัยดังกล่าว ของแกนนำคนเสื้อแดงผู้นี้ ได้มีถ้อยคำที่กล่าวในทำนองว่า &lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;"มีการปลดรูปบุคคลสำคัญ"&lt;/span&gt; จนเกิดการนำไปวิพากษ์วิจารณ์ต่ออย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในเว็บบอร์ดต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โฟนอินเข้ามาปราศรัยในระหว่างการชุมนุมนัดดังกล่าวนั้น พ.ต.อ.สมโภชน์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าพนักงานกำลังสอบสวนว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดใดหรือไม่ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-3615968656687917185?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/3615968656687917185/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/blog-post_27.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/3615968656687917185'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/3615968656687917185'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/blog-post_27.html' title='ออกหมายจับแกนนำเสื้อแดง &apos;หมิ่นฯ&apos; หลังปราศรัย &apos;ปลดรูป&apos;'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-5014479301160847400</id><published>2009-05-19T13:50:00.000+07:00</published><updated>2009-05-19T13:51:31.177+07:00</updated><title type='text'>'อังคาร' นำเครือข่ายศิลปินฯ พบนายกฯ จี้ยุติคดีหมิ่นฯ กรณี 'ส.ศิวรักษ์'</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;19 พค. 2552 10:58 น.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เวบไซต์&lt;span style="font-weight: bold;" class="TextTitle"&gt;&lt;a href="http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?lang=th&amp;amp;newsid=381121"&gt;เนชั่นทันข่าว&lt;/a&gt;&lt;/span&gt; ได้รายงานว่า  ในวันนี้ (19 พ.ค. 52) ที่ทำเนียบรัฐบาล อังคาร กัลป์ยาณพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ พร้อมด้วยตัวแทนเครือข่ายศิลปินเพื่อสังคมและสันติภาพ ได้เข้าพบอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นหนังสือเรื่องขอให้ยุติการดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกับ ส.ศิวรักษ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยอังคาร กล่าวว่า พวกเราขอให้นายกรัฐมนตรีให้ความเป็นธรรมกรณีของส. ศิวรักษ์  ตนเป็นคนที่ไม่ได้เรียนกฎหมาย แต่วิชากฎหมายเขาต้องดูที่เจตนา  ส. ศิวรักษ์เป็นคนที่จงรักภักดีต่อสถาบันที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม  นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องอยู่ในกระบวนการยุติธรรม และทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ข้อมูลจากเวบไซต์ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-weight: bold;" class="TextTitle"&gt;&lt;a href="http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?lang=th&amp;amp;newsid=381121"&gt;เนชั่นทันข่าว&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-5014479301160847400?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/5014479301160847400/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/blog-post_654.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/5014479301160847400'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/5014479301160847400'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/blog-post_654.html' title='&apos;อังคาร&apos; นำเครือข่ายศิลปินฯ พบนายกฯ จี้ยุติคดีหมิ่นฯ กรณี &apos;ส.ศิวรักษ์&apos;'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-2366984219561859158</id><published>2009-05-19T13:24:00.002+07:00</published><updated>2009-05-19T19:39:44.926+07:00</updated><title type='text'>'ส.ศิวรักษ์' รายงานตัวศาลขอนแก่น อ้างถูกกลั่นแกล้ง ยืนยันควรแก้กม.หมิ่นฯ</title><content type='html'>&lt;span class="TextTitle"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;18 พค. 2552 11:49 น.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เวบไซต์ &lt;a href="http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?lang=th&amp;amp;newsid=381121"&gt;เนชั่นทันข่าว&lt;/a&gt; ได้รายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2552 ส.ศิวรักษ์ หรือชื่อจริง สุลักษณ์ ศิวรักษ์ นักคิดนักเขียนชื่อดัง ผู้ต้องหาในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ได้เดินทางเข้ารายงานตัวต่อศาลจังหวัดขอนแก่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยสุลักษณ์ กล่าวว่า ตนถูกจับในข้อหาหมิ่นสถาบัน แต่ตำรวจยังทำคดีไม่เสร็จ ซึ่งอำนาจของตำรวจให้ประกันตัวได้ 6 เดือน เมื่อครบ 6 เดือนแล้วก็ต้องส่งตัวมาที่ศาล และเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 52 ที่ผ่านมา ก็ได้มาที่ศาลจังหวัดขอนแก่น โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัว แต่ต้องมารายงานตัวที่ ศาลจังหวัดขอนแก่นทุก 12 วัน จนกว่าตำรวจจะทำคดีเสร็จ  ซึ่งสิ้นเปลืองเวลา ค่าใช้จ่ายด้วย ตนอายุ 76 ปีแล้วก็ต้องมาขอนแก่น  อีกทั้งตนก็ยังมีคดีอีกคดีหนึ่งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสน.ชนะสงคราม  รวมทั้งได้เปิดเผยว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์มาหาถามว่าจะให้ช่วยอย่างไรได้บ้าง เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็ยังคงช่วยดู แต่ขณะนี้ตำรวจก็ยังไม่ส่งเรื่องไปที่อัยการ และนายกรัฐมนตรีเองก็ต้องการให้ยุติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุลักษณ์ยังเปิดเผยอีกว่า  ตนได้ยินข่าวเมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า นายกรัฐมนตรีก็ต้องการให้ยุติคดี และตอนนี้ก็หวังว่าจะยุติคดี  ซึ่งหากนายกรัฐมนตรี เห็นด้วยกับกรรมาธิการวุฒิสภาว่าตนจงรักภักดี ก็น่าจะสั่งให้ยุติคดีได้  ตนหวังว่าในวันที่ 28 พ.ค. นี้คงจะยุติคดีได้ แต่ในระบบราชการไทยก็ยังไม่มีความแน่นอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตนเข้าใจว่านายกรัฐมนตรีน่าจะมีการสั่งการไปที่ตำรวจแล้ว แต่ก็ต้องเข้าใจว่าตำรวจนั้นมีหลายหน่วย บางคนก็ไม่ฟังนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ก็ยังคงมีตำรวจบางคนที่เข้าใจและฟังนายกรัฐมนตรี แต่ตนไม่ขอเอ่ยชื่อ และเขาก็เชื่อว่าคดีนี้เป็นคดีที่จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ จึงหวังว่าตำรวจกับนายกรัฐมนตรีจะทำในสิ่งเป็นประโยชน์ต่อตน และเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองเพราะคนที่รู้จักตนมีทั่วโลกก็รู้ดีว่าตนเป็นคน จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นถ้านายกรัฐมนตรีสามารถที่จะสั่งยุติคดีได้ ก็ถือว่าเป็นการช่วยคนแก่คนหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;“ผมได้อ้างว่าคดีของผมนั้นเป็นคดีที่ผมถูกกลั่นแกล้งเหมือนเมื่อครั้งที่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรี ในสมัย รสช.ผมต้องสู้คดีถึง 4 ปี และศาลได้ตัดสินว่าจำเลยอาจจะพูดแรงไป พูดไม่สุภาพแต่ทั้งหมดต้องการที่จะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์จึงไม่มีอะไร ที่จะเอาโทษกับจำเลยได้ทำให้ผมเสียเวลาไป 4 ปี แต่มาครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลั่นแกล้งผม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ทั้งนี้ในคณะกรรมการวุฒิสภาได้มีการเอ่ยถึงผมว่าที่ถูกดำเนินคดีนั้น ถูกกลั่นแกล้งโดยตำรวจ ซึ่งเป็นลูกน้องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตำรวจก็ต้องการยกเลิกคดี แต่ต้องรอให้มีคนสั่งมา"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ในการต่อสู้คดีทางตำรวจก็เห็นด้วยกับผมเพราะผมอ้างคำตัดสินของศาลเมื่อ ครั้งที่ถูกฟ้องดำเนินคดีในช่วง พล.อ.สุจินดา คาประยูร โดยศาลพูดเองว่าถึงบางคำพูดจะไม่สุภาพ บางคำอาจจะรุนแรง แต่ทั้งหมดนี้ขอยืนยันว่าผมเป็นผู้จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ พูดทั้งหมดเพื่อปกป้องสถาบัน ให้คนเห็นว่าการปกครองแบบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขมีความ สำคัญอย่างไรบ้าง และที่ผมพูดที่ จ.ขอนแก่นก็ไม่แตกต่างที่ พล.อ.สุจินดา เล่นงานผมเลย ซึ่งทำให้ผมเสียเวลาไปถึง 4 ปี"&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ สุลักษณ์ ได้กล่าวด้วยว่า  ตนมองว่ากฎหมายหมิ่นสถาบันคงต้องมีการแก้ไข โดยนักปราชญ์หลายคนเห็นว่าต้องมีการแก้ไข เพราะกฎหมายนี้เป็นสำนัก ใครที่ทำเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถือว่าเป็นการทำร้ายพระองค์ท่าน และทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;"ฉะนั้นต้องแก้ไข ไม่เช่นนั้นทุกคนก็อ้างว่าจงรักภักดี แต่ก็ไม่เห็นทำอะไรกัน และการที่มีพระมหากษัตริย์นั้นจะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ราษฎร สถาบันนี้จะต้องได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์บ้าง เปิดเผยได้ โปร่งใสได้ สถาบันนี้ศักดิ์สิทธิ์ พ้นคำวิพากษ์วิจารณ์ ก็จะให้โทษมากว่าให้คุณ ซึ่งนักการเมืองเผด็จการเอามาใช้เป็นเครื่องมือ ดังนั้นผมพูดมา 40 ปี และพูดอย่างนี้มาชัดเจนตลอด คดีนี้เป็นครั้งที่ 3-4 แล้วแต่ก็ไม่เปลี่ยนแปลง ผมเป็นมนุษย์ไม่ใช่กบไม่เปลี่ยนสีไม่เปลี่ยนแนว"&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อนึ่ง คดีดังกล่าว พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องสุลักษณ์ ศิวรักษ์  จากในเนื้อหาบรรยายพิเศษเรื่อง "ปรัชญาพื้นบ้าน" ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2550   ซึ่งฝ่ายโจทก์ระบุว่ามีข้อความจาบจ้วงสถาบัน  โดย&lt;/span&gt;&lt;span class="TextTitle"&gt;สุลักษณ์&lt;/span&gt;&lt;span class="TextTitle"&gt;ได้ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2551 และรศ.กิตติบดี ใยพลู คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัวในชั้นศาล ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกันตัวได้ แต่ต้องมารายงานตัวต่อศาลจังหวัดขอนแก่นทุก 12 วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ข้อมูลจากเวบไซต์ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-weight: bold;" class="TextTitle"&gt;&lt;a href="http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?lang=th&amp;amp;newsid=381121"&gt;เนชั่นทันข่าว&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-2366984219561859158?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/2366984219561859158/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/blog-post_19.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/2366984219561859158'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/2366984219561859158'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/blog-post_19.html' title='&apos;ส.ศิวรักษ์&apos; รายงานตัวศาลขอนแก่น อ้างถูกกลั่นแกล้ง ยืนยันควรแก้กม.หมิ่นฯ'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-691170472918023587</id><published>2009-05-15T18:02:00.004+07:00</published><updated>2009-05-15T18:17:18.919+07:00</updated><title type='text'>ตำรวจสรุปแล้ว 'ทักษิณ' ให้สัมภาษณ์เข้าข่าย 'หมิ่นฯ'</title><content type='html'>&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;'เทพเทือก'ยันไม่ได้สั่งฟัน ทีมทนายเผยหากกลั่นแกล้งเตรียมฟ้องกลับ ด้านเจ้าตัวออกแถลงการณ์ฉ.3 โต้ข้อกล่าวหา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552  เวบไซต์&lt;span style="font-style: italic;"&gt;มติชนออนไลน์&lt;/span&gt; ได้รายงานว่า เมื่อวานนี้ (14 พ.ค. 52) พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาข้อมูลข่าวสารที่มีผลกระทบต่อ สถาบันพระมหากษัตริย์ มีตัวแทนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สทส.) และกองคดีอาญาเข้า ร่วมประชุมที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กว่า 1 ชั่วโมง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ซึ่งภายหลังการประชุม พล.ต.ท.ธีระเดชได้กล่าวว่า ที่ประชุมได้สรุปกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์ต่างประเทศในช่วงวันที่ 12-13 เมษายนที่ผ่านมาว่า  กรณีดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มีความเห็นสั่งฟ้องและให้ส่งพยานหลักฐานทั้งหมดให้ทางกองบัญชาการสอบสวนกลาง ดำเนินคดีในวันที่ 15 พฤษภาคม นี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยรายงานข่าวได้แจ้งว่า ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการชุดดังกล่าวได้ประชุมไปครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 52 แต่ไม่ได้ข้อสรุป จึงมอบหมายให้สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไปรวบรวมข้อมูลให้ ชัดเจนและนำมาพิจารณาในที่ประชุมอีกครั้ง ซึ่งจากหลักฐานทั้งหมด คณะกรรมการสรุปมีความเห็นสั่งฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมาในวันนี้ (15 พ.ค. 52) สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกรณีที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาลเตรียมดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ตนไม่ได้เข้าไปดูแล เพราะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใครผิดใครถูกก็ให้ทำตรวจทำหน้าที่ เพราะถ้าตำรวจทำหน้าที่บ้านเมืองก็เรียบร้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้พบความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณในประเทศมอนเตเนโกรบ้างหรือไม่  รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังไม่พบ เพราะตนอ่านข่าวจากสื่อมวลชน  เมื่อถามต่อว่า มีช่องทางอะไรที่รัฐบาลพอจะจัดการกับพ.ต.ท.ทักษิณได้บ้างหรือไม่ ก็ตอบแต่เพียงว่า ยังไม่ได้ทำ ไม่มีอะไรจะทำและไปทำเรื่องอื่นดีกว่า และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะปล่อยเรื่องนี้ไปก่อนใช่หรือไม่ ก็ตอบว่า "ครับ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานข่าวในเวบไซต์เดียวกัน ยีงได้เผยแพร่แถลงการณ์ฉบับที่ 3 ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายรัฐมนตรี ที่ได้ส่งผ่านมาทางคณะทำงานของนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมาย เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 52   เพื่อชี้แจงกรณีถึงกรณีดังกล่าว โดยพ.ต.ท.ทักษิณได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา และระบุว่าจะต่อสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเองอย่างถึงที่สุด  ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;แถลงการณ์ฉบับที่ 3/2552 ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตามที่มีข่าวในสื่อมวลชนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ข้อสรุป จากการที่ผมได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างประเทศในระหว่างวันที่ 12-13 เมษายน 2552 ที่ผ่านมาว่า ผมได้กระทำความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และจะดำเนินคดีกับตัวผมตามกฎหมายต่อไปนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมทราบเรื่องนี้ด้วยความสะเทือนใจยิ่ง เนื่องจากข้อกล่าวหานี้เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง และขัดกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น แม้ผมจะต้องพำนักอยู่ในต่างประเทศก็ตาม ผมเป็นคนไทยคนหนึ่งที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถอยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกับ คนไทยทุกคน และการสัมภาษณ์สื่อต่างประเทศที่อ้างถึงนั้น ไม่มีข้อความใดเลยที่ข้าพเจ้ามีเจตนาที่จะหมิ่นหรือจาบจ้วงพระมหากษัตริย์ ผู้เป็นที่เทิดทูนและเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทุกคน ทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและแห่งใดในโลก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมขอกราบเรียนว่า ในอดีตมีการพยายามใส่ร้ายป้ายสีและดำเนินคดีกับผมในทำนองนี้หลายคดี แต่อัยการสั่งไม่ฟ้องทุกคดีที่ตำรวจเสนอสำนวนขึ้นไป ผมขอย้ำอีกครั้งว่าผมประสงค์ที่จะเห็นความปรองดองของคนในชาติ ซึ่งความปรองดองจะไม่เกิดขึ้นถ้าปราศจากความเป็นธรรมในสังคม ดังนั้นผมจึงไม่ปรารถนาที่จะเห็นการทำลายล้างกันทางการเมืองในสังคมไทย โดยการยัดเยียดข้อ กล่าวหาที่ปราศจากข้อเท็จจริงและเจตนาของผู้ที่ตกเป็นฝ่ายถูกกระทำ และน่าเสียดายว่าแนวโน้มนี้จะดำรงอยู่ต่อไปอย่างไม่รู้จักจบสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมจะต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผมจนถึงที่สุด แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ ผมจะไม่ยอมให้ผู้ใด ไม่ว่าจะดำเนินการเอง หรือมีใครบงการให้กระทำ มากล่าวหาผมอย่างเป็นเท็จว่าผมมีเจตนาหมิ่นพระมหากษัตริย์ ทั้งๆที่ผมมีความจงรักภักดีและเทิดทูนเหนือหัว และความจงรักภักดีที่ผมมีต่อพระองค์จะยังคงอยู่ในหัวใจของผมจนกว่าชีวิตจะหา ไม่ แม้ตัวผมจะพำนักอยู่หนใดในโลกก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร&lt;br /&gt;15 พฤษภาคม 2552  &lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;ด้านเวบไซต์&lt;span style="font-style: italic;"&gt;กรุงเทพธุรกิจ&lt;/span&gt; ได้รายงานเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 52 ว่า นพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณได้ออกมาเปิดเผยว่า ทีมทนายของพ.ต.ท.ทักษิณกำลังพิจารณาในรายละเอียดผลสรุปของตำรวจว่ามีเหตุผล และการตีความข้อกล่าวหาอย่างไร เพราะข้อกล่าวหารุนแรง รวมทั้งกำลังพิจารณาว่า หากเป็นการกลั่นแกล้งก็อาจจะฟ้องกลับด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยทีมทนายได้เตรียมหลักฐานในส่วนของบทสัมภาษณ์ เจตนาของคำพูดว่าเป็นอย่างที่ตำรวจตีความหรือไม่ และยังจะมีการออกแถลงการณ์ในเร็ว ๆ นี้ด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาพ.ต.ท.ทักษิณยืนยันความจงรักภักดีต่อสถาบันมาโดยตลอด หรือเป็นไปได้ว่าตำรวจถูกแรงกดดันจากฝ่ายการเมืองที่เข้ามาแทรกแซงกระบวนการ ยุติธรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม หากมีการแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวจริง พ.ต.ท.ทักษิณก็ต้องเตรียมทนายเพื่อร้องต่ออัยการอย่างแน่นอน เพราะมีหลายเรื่องหลายคดีที่แม้ว่าตำรวจจะสรุปว่าพ.ต.ท.ทักษิณมีความผิด แต่เมื่อถึงชั้นอัยการกลับไม่มีการสั่งฟ้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1242309193&amp;amp;grpid=00&amp;amp;catid=01"&gt;อ่านข่าวนี้ในเวบไซต์&lt;span style="font-style: italic;"&gt;มติชนออนไลน์&lt;/span&gt;  คลิ้กที่นี่&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20090514/42201/%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B4%E0%B8%93%E0%B8%82%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%A3.%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99.html"&gt;อ่านข่าวนี้ในเวบไซต์&lt;span style="font-style: italic;"&gt;กรุงเทพธุรกิจ&lt;/span&gt;  คลิ้กที่นี่&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-691170472918023587?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/691170472918023587/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/blog-post_15.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/691170472918023587'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/691170472918023587'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/blog-post_15.html' title='ตำรวจสรุปแล้ว &apos;ทักษิณ&apos; ให้สัมภาษณ์เข้าข่าย &apos;หมิ่นฯ&apos;'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-6869302415786002433</id><published>2009-05-14T14:27:00.006+07:00</published><updated>2009-05-14T16:58:12.913+07:00</updated><title type='text'>คดี 'สุวิชา ท่าค้อ' ส่อเค้ายืด หลังอัยการขอเลื่อนกำหนดอุทธรณ์</title><content type='html'>&lt;span style="color: rgb(0, 0, 102);"&gt;อัยการขอเลื่อนกำหนดอุทธรณ์คดีไปเป็น 1 มิ.ย. ทนายเผยคดียืดเยื้อต่อหากมีการยื่นอุทธรณ์ ญาติเครียด-คดียังไม่สิ้นสุดยื่นขอพระราชทานอภัยโทษไม่ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความคืบหน้าคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งสุวิชา ท่าค้อถูกศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 10 ปี ส่อเค้ายืดเยื้อ  โดยในวันนี้ (14 พ.ค. 52) เวบไซต์ประชาไทได้รายงานว่า  อานนท์ นำพา ทนายของสุวิชา ท่าค้อ ได้ออกมาเปิดเผยว่า อัยการได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนกำหนดอายุความอุทธรณ์คดีดังกล่าวออกไปจากกำหนดเดิมคือวันที่ 3 พ.ค. 52  โดยขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 1 มิ.ย. 52  ซึ่งการเลื่อนอายุความดังกล่าว ได้ส่งผลให้คดียังไม่สิ้นสุด โดยถ้าหากอัยการยื่นอุทธรณ์ในระหว่างนี้ คดีก็จะยืดเยื้อออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันเดียวกัน แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับครอบครัวของสุวิชา ท่าค้อ ได้เปิดเผยว่า หลังจากทราบข่าวการเลื่อนกำหนดอายุความ ญาติของสุวิชารู้สึกวิตกเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความตั้งใจจะยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ  แต่เมื่อคดียังไม่สิ้นสุดก็ไม่สามารถดำเนินการได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;หมายเหตุ&lt;/span&gt;  แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 14 พฤษภาคม 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.prachatai.com/05web/th/home/16829"&gt;อ่านข่าวนี้ใน&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ประชาไท&lt;/span&gt; คลิ้กที่นี่&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_1006.html"&gt;อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;"กรณีสุวิชา ท่าค้อ"&lt;/span&gt; คลิ้กที่นี่&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-6869302415786002433?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/6869302415786002433/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/blog-post_14.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/6869302415786002433'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/6869302415786002433'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/blog-post_14.html' title='คดี &apos;สุวิชา ท่าค้อ&apos; ส่อเค้ายืด หลังอัยการขอเลื่อนกำหนดอุทธรณ์'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-6759843469540053922</id><published>2009-05-13T15:38:00.005+07:00</published><updated>2009-05-13T22:54:56.427+07:00</updated><title type='text'>'สุวิชา' เครียด ถูกขาใหญ่บังคับสัก  ญาติเผยไม่อุทธรณ์ เตรียมขออภัยโทษ</title><content type='html'>แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับครอบครัวของสุวิชา ท่าค้อ ซึ่งถูกพิพากษาจำคุกในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มีกำหนด  10 ปี เปิดเผยว่า  ล่าสุดสุวิชาซึ่งถูกย้ายที่คุมขังจากแดน 6 ไปยังแดน 7 ได้มีอาการเครียดมาก เนื่องจากนักโทษที่ถูกคุมขังในแดนดังกล่าวมาก่อนพยายาม "รับน้อง" ด้วยการบังคับให้สักลายบนร่างกาย   ซึ่งสุวิชาไม่ยอม เพราะกังวลว่าอาจติดเชื้อโรคร้ายจากการสักดังกล่าว  และได้พูดกับญาติที่ไปเยี่ยมว่า ถ้าหากเป็นเช่นนั้นตนขอตายดีกว่า  ซึ่งทำให้คนในครอบครัวรู้สึกเป็นห่วงมาก&lt;span style="color: rgb(0, 0, 102);"&gt; &lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;"...ทุกวันนี้ (สุวิชา) ก็เหมือนกับตายทั้งเป็นอยู่แล้ว..."&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; ญาติคนหนึ่งของสุวิชากล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะเดียวกัน ในรายงานพิเศษ &lt;a href="http://www.prachatai.com/05web/th/home/16808"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;"สุวิชา ท่าค้อ ชีวิตหลังคำตัดสิน"&lt;/span&gt;&lt;/a&gt; ซึ่งเผยแพร่บนเวบไซต์ประชาไท ได้ให้ข้อมูลว่า   ทางครอบครัวของสุวิชาได้ตัดสินใจไม่ยื่นอุทธรณ์ และกำลังปรึกษากับทนายถึงการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ   โดยลูกๆ ทุกคนและภรรยาของสุวิชาได้ร่วมกันเขียนจดหมายด้วยลายมือของตัวเองแล้ว  ทั้งนี้  ความหวังอีกประการหนึ่งของสุวิชาและครอบครัว คือการขอย้ายตัวเขาไปยังเรือนจำจังหวัดนครพนม เพื่อให้ได้อยู่ใกล้ครอบครัวมากขึ้น แม้ว่าจะถูกคุมขังก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_1006.html"&gt;อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;"กรณีสุวิชา ท่าค้อ"&lt;/span&gt; คลิ้กที่นี่&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.prachatai.com/05web/th/home/16808"&gt;&lt;/a&gt;&lt;a href="http://www.prachatai.com/05web/th/home/16808"&gt;อ่านรายงานพิเศษ &lt;/a&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;&lt;a href="http://www.prachatai.com/05web/th/home/16808"&gt;"สุวิชา ท่าค้อ ชีวิตหลังคำตัดสิน" คลิ้กที่นี่&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-6759843469540053922?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/6759843469540053922/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/blog-post_5441.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/6759843469540053922'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/6759843469540053922'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/blog-post_5441.html' title='&apos;สุวิชา&apos; เครียด ถูกขาใหญ่บังคับสัก  ญาติเผยไม่อุทธรณ์ เตรียมขออภัยโทษ'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-3156361928741632511</id><published>2009-05-12T21:11:00.005+07:00</published><updated>2009-05-13T12:29:14.208+07:00</updated><title type='text'>แจ้งเพิ่มเติมข้อมูลในเวบไซต์ LM watch</title><content type='html'>ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เพิ่มเติมข้อมูลในส่วน LM case ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote style="color: rgb(0, 0, 0);"&gt;- &lt;a href="http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/blog-post_10.html"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;กรณีทศพร ฤทัยประเสริฐสูง:&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;  หญิงชาวโคราช - ผู้ถูกแจ้งความดำเนินคดีรายล่าสุด เท่าที่ค้นพบ/ปรากฏเป็นข่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- &lt;a href="http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_4443.html"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;กรณีบุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์:&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;  อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" เหตุจากข้อสอบวิชาอารยธรรมไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;&lt;a href="http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_196.html"&gt;กรณีชูชีพ ชีวสุทธิ์:&lt;/a&gt; &lt;/span&gt;สหายสมชาย หรือ "ชีพ ชูชัย" ประธานชมรมพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ซึ่งถูกตั้งข้อหาจากการปราศรัยและการพูดในรายการวิทยุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- &lt;a href="http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_7139.html"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;กรณีโอลิเวอร์ จูเฟอร์:&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;  ชาวต่างประเทศคนแรกที่ถูกตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;&lt;a href="http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_4038.html"&gt;กรณีรัชพิณ จันทร์เจริญ:&lt;/a&gt; &lt;/span&gt;นักศึกษาปริญญาโท - ผู้ต้องหารายที่ 3 ที่ถูกตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากการไม่ยืนถวายความเคารพ ขณะที่มีการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- &lt;a href="http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/50-17-2550-24-2549-lm-watch-22-2546.html"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;กรณีบัณฑิต อานียา (จือเซ็ง แซ่โค้ว):&lt;/span&gt;&lt;/a&gt; นักเขียนและนักแปลอาวุโส  จากข้อมูลที่พบ คาดว่าปัจจุบัน คดีนี้อยู่ในชั้นฎีกา&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านสามารถส่งข้อมูลผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ถูกดำเนินคดี และ/หรือผู้ได้รับผลกระทบ ข่าวความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนข้อเสนอแนะมาได้ที่ 112watch@gmail.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอขอบคุณเป็นอย่างสูง&lt;br /&gt;LM watch&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-3156361928741632511?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/3156361928741632511/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/lm-watch.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/3156361928741632511'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/3156361928741632511'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/lm-watch.html' title='แจ้งเพิ่มเติมข้อมูลในเวบไซต์ LM watch'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-7689872152995491324</id><published>2009-05-12T21:04:00.007+07:00</published><updated>2009-05-15T18:21:36.302+07:00</updated><title type='text'>กรณีบัณฑิต อานียา (จือเซ็ง แซ่โค้ว)</title><content type='html'>กรณีบัณฑิต อานียา (จือเซ็ง แซ่โค้ว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กรณีบัณฑิต อานียา (จือเซ็ง แซ่โค้ว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;วันที่ 22 กันยายน 2546 &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้จัดให้มีการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง "กฎหมายพรรคการเมือง: โอกาสและข้อจำกัดในการส่งเสริมและพัฒนาพรรคการเมือง" ซึ่งมี พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ เป็นวิทยากร  และมีผู้เข้าร่วมการสัมมนาประมาณ 500 คน รวมถึงบัณฑิต อานียา หรือชื่อจริงว่า สมอล์ล บัณทิต อานียา (จือเซ็ง แซ่โค้ว) นักเขียน นักแปล วัย 63 ปี (อายุขณะนั้น)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ สมอล์ล บัณทิต อานียาได้นำเอกสารที่เขียนและจัดทำสำเนาขึ้นเองจำนวน 2 เรื่อง ได้แก่ 1. "สรรนิพนธ์เพื่อชาติ (ฉบับตัวอย่าง)" 2. "วรสุนทรพจน์ (ฉบับร่าง) เนื่องในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร"  ไปจำหน่ายให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมสัมมนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมา พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ได้เข้าแจ้งความว่าสมอล์ล บัณฑิต อานียา มีพฤติกรรมหมิ่นพระบรมเดชานุภาพด้วยการกล่าวถ้อยคำในการสัมมนาและการโฆษณาผ่านเอกสาร  โดยพล.ต.อ.วาสนาได้นำแถบบันทึกเสียงที่มีถ้อยคำของสมอล์ล บัณฑิต อานียา ในงานสัมมนาดังกล่าว พร้อมเอกสารทั้ง 2 เรื่องข้างต้น มอบให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;24 พฤศจิกายน 2547&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวสมอล์ล บัณฑิต อานียา และดำเนินการส่งฟ้องในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในเวลาต่อมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ สมอล์ล บัณฑิต อานียา ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา  แต่รับว่ากล่าวถ้อยคำในการสัมมนาและทำสำเนาเอกสารดังกล่าวจำหน่ายจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;(ไม่ทราบวันที่)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ประกอบด้วยมาตรา 65 วรรค 2&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;"...การกระทำของจำเลย เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้จำคุกกระทงละ 2 ปี รวม 2 กระทง จำคุก 4 ปี เห็นว่าจำเลยอายุ 64 ปี ป่วยด้วยโรคจิตเภทและไม่ปรากฏว่าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนเห็นควรให้โอกาสจำเลยบำบัดรักษาเพื่อจะได้หายเป็นปกติและเป็นพลเมืองดีต่อไป โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ มีกำหนด 3 ปี ให้คุมประพฤติจำเลยไว้ โดยให้จำเลยรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติและไปบำบัดรักษาอาการป่วยทางจิตที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ โดยให้รายงานผลการรักษาต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือน ต่อครั้ง ภายในระยะเวลาเวลา 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ริบของกลาง..."&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมา โจทก์ คือพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น โดยขอไม่ให้รอการลงโทษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;17 ธันวาคม 2550&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;"...ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ขณะกระทำความผิดจำเลยยังสามารถรู้ผิดชอบและบังคับตนเองได้หรือไม่  ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์ข้อความในข้อเขียน...และถ้อยคำพูดตามเอกสารถอดเทปคำพูด...ของจำเลยทั้งหมดแล้วปรากฏอย่างชัดเจนว่า ข้อความทุกข้อและทุกตอนดังกล่าว เป็นข้อความที่คนทั่วไปอ่านหรือรับฟังแล้ว สามารถเข้าใจได้ทั้งหมด  ไม่ปรากฏให้เห็นว่า อ่านแล้วไม่เข้าใจข้อความใด  หรือเป็นการเขียนแบบสติเลอะเลือน...นอกจากนี้ข้อความเกือบทุกข้อและทุกตอนดังกล่าว เป็นข้อความที่สอดคล้องกันเป็นเอกภาพ และมีวัตถุประสงค์อย่างเดียวกันโดยชัดแจ้ง คือ ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายที่ให้พระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจอยู่เหนือสถาบันต่างๆ รวมทั้งกล่าวหมิ่นประมาทและดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ในลักษณะเสียดสีว่า... ดังนั้น จึงเชื่อได้แน่ชัดว่า ขณะที่จำเลยเขียนหรือกล่าวข้อความดังกล่าว จำเลยยังสามารถรู้ผิดชอบและสามารถบังคับตนเองได้ทั้งหมด...ไม่สมควรรอการลงโทษให้จำเลย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น…"&lt;br /&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;"...พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 วรรค 2  จำเลยให้การปฏิเสธแต่รับว่าได้เขียนและกล่าวข้อความตามฟ้องจริง เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ เห็นสมควรลดโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ไม่รอการลงโทษและไม่ควบคุมความประพฤติจำเลย นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น"&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ปัจจุบัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;คดีนี้อยู่ในชั้นศาลฎีกา  โดยจำเลยคือสมอล์ล บัณฑิต อานียา อยู่ในระหว่างประกันตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;หมายเหตุ: &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่ LM watch ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีนี้  บุคคลใกล้ชิดของคุณบัณฑิต อานียา ได้กรุณาติดต่อเข้ามาและให้ข้อมูลเพิ่มเติม  LM watch จึงได้แก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาดังที่ปรากฏอยู่นี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งทาง LM watch ขอขอบคุณเป็นอย่างสูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;.......... .......... .......... .......... .......... .......... .......... .......... .......... ..........&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ข้อมูลส่วนตัว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;บัณฑิต อานียา มีชื่อจริงว่า สมอล์ล บัณฑิต อานียา (จือเซ็ง แซ่โค้ว) เป็นนักเขียนและนักแปล ซึ่งมีผลงานกว่า 50 เล่ม โดยข้อมูลในเวบไซต์เมืองหนังสือระบุว่า ผลงานของบัณฑิตจำนวนหนึ่ง ได้ถูกจัดเป็นหนังสือ "ต้องห้าม"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในตอนหนึ่งของบทความชุด "โชคดีที่เกิดมาจน" เขียนโดย "ขุนคลังข้างถนน" ซึ่งเผยแพร่ในเวบไซต์เมืองหนังสือ ได้ระบุว่า  ในเดือนธันวาคม 2551 บัณฑิตซึ่งขณะนั้นมีอายุ 71 ปี และอยู่ในระหว่างประกันตัวเพื่อรอคำตัดสินของศาลฎีกา ได้ถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลศิริราช ด้วยอาการกำเริบของมะเร็ง&lt;br /&gt;"...หมอนัดจะให้เขาผ่าตัด แต่เขาขอหมอกลับบ้าน หมอก็ยอม แต่ปลายเดือนธันวาคม ก็ขอกลับเข้ารักษาใหม่ โดยยินยอมที่จะให้หมอตัดไต ออกข้างหนึ่ง ก่อนเข้าห้องผ่าตัดสองวันเขาขอกินข้าวมันไก่ และขอดูหนังสือ 50 เล่มที่เขาเขียนเป็นครั้งสุดท้าย…"&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-7689872152995491324?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/7689872152995491324/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/50-17-2550-24-2549-lm-watch-22-2546.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/7689872152995491324'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/7689872152995491324'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/50-17-2550-24-2549-lm-watch-22-2546.html' title='กรณีบัณฑิต อานียา (จือเซ็ง แซ่โค้ว)'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-2452465801756562560</id><published>2009-05-10T01:04:00.006+07:00</published><updated>2009-05-10T17:44:20.126+07:00</updated><title type='text'>กรณีทศพร ฤทัยประเสริฐสูง</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;กรณีทศพร ฤทัยประเสริฐสูง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;(หญิงชาวโคราช - ผู้ถูกแจ้งความดำเนินคดีรายล่าสุด เท่าที่ค้นพบ/ปรากฎเป็นข่าว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ข้อมูลด้านคดีและการเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้อง:&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวบไซต์มติชนออนไลน์, เวบไซต์โคราชรายวัน และเอเอสทีวี ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า  เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2552  สวป.สภ.เมืองนครราชสีมาพร้อมกำลังสายตรวจ ได้เข้าจับกุมหญิงวัย 48 ปีคนหนึ่งได้ที่ร้านถ่ายเอกสาร "ก็อปปี้ไทม์" ใน อ.เมือง จ.นครราชสีมา  หลังจากที่ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากเจ้าของร้านว่า หญิงคนดังกล่าวนำเอกสารที่มีข้อความหมิ่นเหม่มาถ่ายสำเนา  โดยจับกุมได้พร้อมของกลาง ได้แก่เอกสารซึ่งในข่าวระบุว่ามีข้อความกล่าวโจมตีสถาบันเบื้องสูง รายชื่อองคมนตรี 18 คน และบุคคลอื่นๆ ที่ร่วมกันวางแผนล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย  จึงได้นำตัวไปขยายผลการจับกุม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;รายละเอียด:&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;18 เมษายน 2552&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เวบไซต์&lt;span style="font-style: italic;"&gt;มติชนออนไลน์&lt;/span&gt;,&lt;span style="font-style: italic;"&gt; เอเอสทีวี ผู้จัดการออนไลน์ &lt;/span&gt;และ&lt;span style="font-style: italic;"&gt;โคราชรายวัน&lt;/span&gt; รายงานว่า  เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ร.ต.ต ชำนาญ  ช่วงไกร รอง สวป.สภ.เมือง นครราชสีมา พร้อมกำลังสายตรวจสุรนารี 191  ได้เข้าจับกุมหญิงวัย 48 ปีคนหนึ่ง ซึ่งต่อมาทราบชื่อว่า ทศพร ฤทัยประเสริฐสูง ได้ที่ร้านถ่ายเอกสาร "ก็อปปี้ไทม์" เลขที่ 499/26 ถ.จอมพล อ.เมือง จ.นครราชสีมา หลังจากที่ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากเจ้าของร้านว่า หญิงคนดังกล่าวนำเอกสารที่มีข้อความหมิ่นเหม่มาถ่ายสำเนา  โดยจับกุมได้พร้อมของกลาง ได้แก่เอกสารขนาด A 4  ซึ่งในข่าวระบุว่า มีข้อความกล่าวโจมตีสถาบันเบื้องสูง รายชื่อองคมนตรี 18 คน และบุคคลอื่นๆ ที่ร่วมกันวางแผนล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย รวม 21 คน  จำนวนหลายหน้า  จึงได้นำตัวไปขยายผลการจับกุม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากการสอบปากคำ  ทศพรได้ให้การว่าตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป พักอยู่บ้านเลขที่ 942/19 หมู่บ้านจัดสรรวัฒนาวิลล์ หมู่ 1 ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา  โดยทุกเช้าตนจะต้องขึ้นรถโดยสารประจำทางไปทำงานที่ตลาดราชพัสดุ หรือตลาดหลักเมือง ถ.จอมพล เป็นประจำ  ในเช้าวันเกิดเหตุ ระหว่างที่ตนกำลังรอรถประจำทางตามปกติอยู่นั้น  ก็พบว่ามีเอกสารวางอยู่ใกล้ป้ายรถเมล์หลายสิบแผ่น ซึ่งตนได้หยิบมาอ่านด้วยความอยากรู้ และพบว่ามีข้อความเกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูงจึงเก็บเอาไว้  เมื่อเดินทางมาถึงตลาดก็เกิดความคิดอยากให้คนรู้จักได้อ่านและรับรู้ด้วย จึงนำไปถ่ายสำเนา โดยไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภายหลังสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวส่ง พ.ต.ท สมนึก เจียมจังหรีด พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครราชสีมา  โดยแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112  ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี  ส่วนที่มาของเอกสารดังกล่าวนั้น รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูลทางลับ เพื่อติดตามจับกุมบุคคลที่เป็นตัวการมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วนแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ เวบไซต์&lt;span style="font-style: italic;"&gt;โคราชรายวัน&lt;/span&gt; และ&lt;span style="font-style: italic;"&gt;เอเอสทีวี ผู้จัดการออนไลน์ &lt;/span&gt; ได้เปิดเผยข้อมูลว่า  ผู้ที่โทรศัพท์แจ้งความในครั้งนี้ คือภัทรทาวดี รัตนจริยา อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 216 หมู่ 10 ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา  ซึ่งเป็นเจ้าของร้านถ่ายเอกสาร "ก๊อปปี้ไทม์"  โดยระหว่างที่ถ่ายเอกสารอยู่นั้น ได้เห็นข้อความที่หมิ่นเหม่ และเกิดความกลัวว่าจะมีความผิดด้วย จึงตัดสินใจโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ  ขณะที่เวบไซต์&lt;span style="font-style: italic;"&gt;เอเอสทีวี ผู้จัดการออนไลน์&lt;/span&gt; ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันตัวเจ้าของร้านถ่ายเอกสารคนดังกล่าว ไว้เป็นพยานปากสำคัญ  สำหรับที่มาของเอกสารดังกล่าวตำรวจได้จัดชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูลทางลับ เพื่อจับกุมกลุ่มบุคคลที่เป็นตัวการอยู่เบื้องหลังเผยแพร่เอกสารดังกล่าว มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วนต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;หมายเหตุ&lt;/span&gt; รายงานข่าวจากทั้ง 3 เวบไซต์ ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการประกันตัวของผู้ต้องหารายนี้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-2452465801756562560?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/2452465801756562560/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/blog-post_10.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/2452465801756562560'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/2452465801756562560'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/blog-post_10.html' title='กรณีทศพร ฤทัยประเสริฐสูง'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-7960949560110610710</id><published>2009-04-29T00:49:00.008+07:00</published><updated>2009-05-13T12:28:49.841+07:00</updated><title type='text'>เผาโลงประท้วงเปรม-ล้อคำสนธิ เจอหมายจับ "หมิ่นฯ"</title><content type='html'>จากเหตุการณ์ที่กลุ่มคนเสื้อแดงจ.นครราชสีมา ได้เผาโลงศพจำลองเพื่อประท้วงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ กลุ่มพันธมิตรฯ และรัฐบาล  โดยเขียนข้อความและชื่อของพล.อ.เปรมไว้ข้างโลง เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2552  จนเป็นเหตุให้กลุ่มพันธมิตรฯและนายทหารในจ.นครราชสีมาเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งต่อมาศาลจ.นครราชสีมาได้อนุมัติหมายจับนั้น  ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2552 ปภัสชนัญญ์ ฉิ่งอินทร์ แกนนำกลุ่มคนของแผ่นดินลูกหลานย่าโม และเครือข่ายแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จ.นครราชสีมา ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมาแล้ว โดยได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ก่อนใช้ตำแหน่งข้าราชการของญาติเป็นหลักทรัพย์ในการร้องขอประกันตัวต่อศาล ซึ่งศาลได้พิจารณาอนุญาต  โดยนัดให้มารายงานอีกครั้งในวันที่ 6 พฤษภาคม 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อกรณีนี้ ได้มีการตั้งข้อสังเกตว่า ข้อความที่เป็นเหตุให้คนเสื้อแดงถูกตั้งข้อหาในครั้งนี้นั้น น่าจะมาจากคำพูดของสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ASTV ในคืนวันที่ 3 เมษายน 2552 ซึ่งตอนหนึ่งสนธิได้กล่าวว่า &lt;span style="color: rgb(51, 51, 255);"&gt;“...เสื้อเหลืองออกมาปกป้อง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ในฐานะที่พระองค์ท่านเป็นประธานองคมนตรี...”&lt;/span&gt;  ก่อนที่กลุ่มคนเสื้อแดง จ.นครราชสีมา จะนำคำพูดผิดดังกล่าวไปล้อเลียน โดยได้เขียนคำเรียกขานพล.อ.เปรมตามคำพูดของสนธิ ไว้ที่ข้างโลงศพจำลองก่อนเผาประท้วง จนสร้างความไม่พอใจให้แก่พันธมิตรฯและทหารในจ.นครราชสีมา และเกิดการเข้าแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;ul style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;&lt;li&gt;&lt;a href="http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_29.html"&gt;อ่านรายละเอียดใน &lt;span style="font-weight: bold;"&gt; "กรณีปภัสชนัญญ์ ฉิ่งอินทร์ และพวก" &lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;a href="http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_29.html"&gt;คลิ้กที่นี่&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;a href="http://www.prachatai.com/05web/th/home/16588"&gt;อ่านข่าวนี้จากเวบไซต์ประชาไท &lt;/a&gt;&lt;a href="http://www.prachatai.com/05web/th/home/16588"&gt;คลิ้กที่นี่&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-7960949560110610710?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/7960949560110610710/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/24-2552.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/7960949560110610710'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/7960949560110610710'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/24-2552.html' title='เผาโลงประท้วงเปรม-ล้อคำสนธิ เจอหมายจับ &quot;หมิ่นฯ&quot;'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-4568646752161631571</id><published>2009-04-29T00:44:00.009+07:00</published><updated>2009-05-10T01:18:01.491+07:00</updated><title type='text'>จับแล้ว หนุ่มเมืองพล ตำรวจระบุแจกเอกสาร "หมิ่นฯ"</title><content type='html'>ในช่วงเช้าของวันที่ 4 เมษายน 2552  สมาชิกกลุ่มพันธมิตรฯ ใน อ.พล จ.ขอนแก่น ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พล ว่ามีผู้นำเอกสารซึ่งมีข้อความหมิ่นเบื้องสูงไปแจกให้ประชาชนที่ห้างโลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาอ.พล  ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมกิตติ แสนสุขโรจน์วงศ์ อายุ 38 ปี ได้ที่ร้านถ่ายเอกสารไทยใหม่ ขณะผู้ต้องหากำลังรอถ่ายเอกสาร จากการค้นตัวพบปืน หนึ่งกระบอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การสารภาพว่าเป็นผู้ถ่ายสำเนาและนำเอกสารดังกล่าวไปแจกจ่ายที่บริเวณห้างโลตัส สาขาอ.พลจริง  โดยให้เหตุผลว่าได้รับข้อมูลมาและเชื่อตามข้อมูลดังกล่าว จึงต้องการให้สาธารณชนได้รับรู้ข้อมูลเดียวกัน และยืนยันว่าโดยส่วนตัวแล้วมีความจงรักภักดีต่อในหลวง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาเอาผิดต่อทั้งหมด 3 ข้อหา คือ 1. หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินีและรัชทายาท 2. มีอาวุธปืนและกระสุนโดยไม่ได้อนุญาต และ 3.พกพาอาวุธปืนไปในชุมชน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ ในคืนวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ซึ่งคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่สภ.พล โดยปฏิเสธการขอติดต่อไปยังคนเสื้อแดงเพื่อให้มาช่วยประกันตัว  ก่อนจะนำตัวไปยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลในวันต่อมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;a href="http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_3200.html"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;อ่านรายละเอียดใน &lt;/span&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 102, 255);"&gt; "กรณีกิตติ แสนสุขโรจน์วงศ์" &lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;a style="color: rgb(51, 102, 255);" href="http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_3200.html"&gt;คลิ้กที่นี่&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;a href="http://www.prachatai.com/05web/th/home/16209"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;อ่านข่าวนี้จากเวบไซต์ประชาไท &lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;a style="color: rgb(51, 102, 255);" href="http://www.prachatai.com/05web/th/home/16209"&gt;คลิ้กที่นี่&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-4568646752161631571?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/4568646752161631571/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/4-2552.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/4568646752161631571'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/4568646752161631571'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/4-2552.html' title='จับแล้ว หนุ่มเมืองพล ตำรวจระบุแจกเอกสาร &quot;หมิ่นฯ&quot;'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-7495470431443923485</id><published>2009-04-29T00:13:00.001+07:00</published><updated>2009-04-29T00:14:28.180+07:00</updated><title type='text'>กรณีกิตติ แสนสุขโรจน์วงศ์</title><content type='html'>&lt;br&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;กรณีกิตติ แสนสุขโรจน์วงศ์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ข้อมูลด้านคดีและการเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้อง:&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4 เมษายน 2552 สมาชิกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พันธมิตรฯ) ใน อ.พล จ.ขอนแก่น กว่า 40 คน ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พล ให้ติดตามจับกุมผู้ที่นำเอกสารซึ่งมีข้อความหมิ่นเบื้องสูง ไปแจกให้ประชาชนที่ห้างโลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาอ.พล มาดำเนินคดี  โดยเอกสารดังกล่าวนามบัตรร้านกิตติอิเลคทรอนิคส์แนบอยู่ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมกิตติ แสนสุขโรจน์วงศ์ อายุ 38 ปี เจ้าของร้านกิตติอิเลคทรอนิคส์ ได้ที่ร้านถ่ายเอกสารไทยใหม่ ขณะผู้ต้องหากำลังรอถ่ายเอกสาร  ซึ่งจากการค้นตัวพบปืนขนาด .38 หนึ่งกระบอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กิตติยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ถ่ายสำเนาและนำเอกสารสำเนาดังกล่าวไปแจกจ่ายจริง โดยให้เหตุผลว่าได้รับข้อมูลมาและเชื่อตามข้อมูลดังกล่าว จึงต้องการให้สาธารณชนได้รับรู้ อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่ามีความจงรักภักดีต่อในหลวง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้น กิตติได้ถูกนำตัวไปคุมขังไว้ที่สภ.พล  เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาเอาผิดต่อทั้งหมด 3 ข้อหา คือ 1. หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินีและ รัชทายาท 2. มีอาวุธปืนและกระสุนโดยไม่ได้อนุญาต และ 3.พกพาอาวุธปืนไปในชุมชน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในคืนแรกที่ถูกคุมขัง เขาได้พยายามขอติดต่อคนเสื้อแดงให้มาช่วยประกันตัวตลอดเมื่อคืนดังกล่าว แต่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช้าวันที่ 5 เมษายน 2552 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวกิตติไปยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาล เป็นเวลา 12 วัน&lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;รายละเอียด:&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;4 เมษายน 2552  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ในช่วงเช้า ได้มีผู้นำเอกสารถ่ายสำเนาไปแจกให้กับประชาชนที่เข้าไปจับจ่ายในห้างโลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขา อ.พล จ.ขอนแก่น  โดยมีการแนบนามบัตรของร้านกิตติอิเลคทรอนิคส์ไปพร้อมกับเอกสารดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ่ายวันเดียวกัน ผาสุก ปัญญา และสมาชิกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พันธมิตรฯ) ใน อ.พล จ.ขอนแก่น กว่า 40 คน ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พล ให้ติดตามจับกุมผู้ที่แจกจ่ายเอกสารดังกล่าวมาดำเนินคดี เนื่องจากในเอกสารมีข้อความหมิ่นเบื้องสูง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากได้รับแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกติดตามจับกุมผู้แจกจ่ายเอกสารดังกล่าวในทันที โดยใช้หลักฐานนามบัตรที่แนบมากับเอกสารหมิ่นพระบรมฯในการสืบจับ และสามารถจับกุมกิตติ แสนสุขโรจน์วงศ์ อายุ 38 ปี เจ้าของร้านกิตติอิเลคทรอนิคส์ ได้เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันเดียวกัน ที่ร้านถ่ายเอกสารไทยใหม่ ขณะผู้ต้องหากำลังรอถ่ายเอกสาร ซึ่งเป็นเอกสารชุดเดียวกับที่มีการนำไปแจกจ่ายที่ห้างโลตัส  จากการค้นตัวพบอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากการสอบสวน กิตติยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ถ่ายสำเนาและนำเอกสารสำเนาดังกล่าวไปแจกจ่ายที่บริเวณห้างโลตัส สาขาอ.พลจริง  โดยให้เหตุผลว่าได้รับข้อมูลมาและเชื่อตามข้อมูลดังกล่าว จึงต้องการให้สาธารณชนได้รับรู้ข้อมูลเดียวกัน อย่างไรก็ตาม กิตติยืนยันว่าโดยส่วนตัวแล้วเขามีความจงรักภักดีต่อในหลวง &lt;br /&gt;จากนั้น กิตติได้ถูกนำตัวไปคุมขังไว้ที่สภ.พล  โดยในคืนแรกที่ถูกคุมขัง กิตติซึ่งอ้างว่ารู้จักกับกลุ่มคนเสื้อแดง ได้พยายามขอติดต่อกับคนเสื้อแดงให้มาช่วยประกันตัวตลอดเมื่อคืนดังกล่าว แต่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;5 เมษายน 2552 &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พล ได้นำตัวกิตติไปยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาล เป็นเวลา 12 วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร. ต.อ.ทวีป รินลา ร้อยเวร สภ.พล ผู้รับแจ้งความในคดีดังกล่าวเปิดเผยว่า จากการสอบปากคำทั้งฝ่ายผู้ร้องและผู้ต้องหารวมถึงพิจารณาจากหลักฐานที่ปรากฏ เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาเอาผิดต่อทั้งหมด 3 ข้อหา คือ 1. หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินีและ รัชทายาท 2. มีอาวุธปืนและกระสุนโดยไม่ได้อนุญาต และ 3.พกพาอาวุธปืนไปในชุมชน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต  ส่วนกระบวนการทางคดีหลังจากนี้  คือการทำรายงานถึงผู้บังคับบัญชาตามระดับ  โดยเมื่อเรื่องไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อพิจารณาคดีอย่างรอบคอบ เนื่องจากเป็นคดีที่ละเอียดอ่อนและประชาชนให้ความสนใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อนึ่ง มีรายงานจากผู้สื่อข่าวว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 5 เมษายน ได้มีการแจกเอกสารใบปลิวของกลุ่มที่เรียกว่า "คนเสื้อแดง" ตามตลาดสดหลายแห่งในเขตเทศบาลนครขอนแก่น เพื่อเชิญชวนประชาชนให้ไปร่วมชุมนุมในวันที่ 8 เมษายน 2552  โดยระบุว่า เพื่อขับเคลื่อนรักษาประชาธิปไตยต้องไล่โจรสีเหลืองไม่ให้ครองเมือง &lt;br /&gt;&lt;br&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-7495470431443923485?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/7495470431443923485/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_3200.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/7495470431443923485'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/7495470431443923485'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_3200.html' title='กรณีกิตติ แสนสุขโรจน์วงศ์'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-1285198133914993734</id><published>2009-04-29T00:09:00.004+07:00</published><updated>2009-05-10T17:43:23.492+07:00</updated><title type='text'>กรณีปภัสชนัญญ์ ฉิ่งอินทร์ และพวก</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;กรณีปภัสชนัญญ์ ฉิ่งอินทร์ และพวก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ข้อมูลด้านคดีและการเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้อง:&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;7 เมษายน 2552 ปภัสชนัญญ์ ฉิ่งอินทร์ แกนนำกลุ่มคนของแผ่นดินลูกหลานย่าโม และเครือข่ายแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จ.นครราชสีมา ซึ่งชุมนุมประท้วงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พันธมิตรฯ) และรัฐบาล อยู่ที่ จ.นครราชสีมา  ได้ทำการเผาโลงศพจำลองซึ่งมีข้อความและชื่อของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เขียนไว้ด้านข้างโลง  ต่อมา กลุ่มพันธมิตรฯ จ.นครราชสีมา และทหารในจ.นครราชสีมา ซึ่งเห็นว่าข้างโลงศพที่ใช้เผาประท้วงดังกล่าว มีการเขียนข้อความเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ได้แจ้งความให้ดำเนินคดีต่อปภัสชนัญญ์และพวก ซึ่งศาลจังหวัดนครราชสีมาได้อนุมัติหมายจับ ลงวันที่ 23 เมษายน 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;24 เมษายน 2552 ปภัสชนัญญ์ ฉิ่งอินทร์ ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา โดยได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมขอต่อสู้คดีและให้การในชั้นศาล ก่อนถูกควบคุมตัวไปขออำนาจฝากขังต่อศาลจ.นครราชสีมา  ซึ่งปภัสนัญญ์ได้ใช้ตำแหน่งข้าราชการครู ระดับ 9 ของญาติ เป็นหลักทรัพย์ในการร้องขอประกันตัว และศาลได้พิจารณาอนุญาตให้ประกันตัว โดยนัดให้มารายงานอีกครั้งในวันที่ 6 พฤษภาคม 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อนึ่ง ก่อนหน้าเหตุการณ์ดังกล่าว  ในคืนวันที่ 3 เมษายน 2552 สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ได้พูดออกอากาศในสถานีโทรทัศน์ ASTV ว่า &lt;span style="color: rgb(51, 51, 255);"&gt;“...เสื้อเหลืองออกมาปกป้อง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ในฐานะที่พระองค์ท่านเป็นประธานองคมนตรี...”&lt;/span&gt;   ซึ่งคาดว่ากลุ่มคนของแผ่นดินลูกหลานย่าโมและนปช.จ.นครราชสีมา ได้นำคำพูดผิดดังกล่าวของสนธิไปล้อเลียนในเวลาต่อมา  โดยได้เขียนคำเรียกขานพล.อ.เปรมตามคำพูดของสนธิ ไว้ที่ข้างโลงศพจำลองก่อนเผาประท้วง จนสร้างความไม่พอใจให้แก่พันธมิตรฯและทหารในจ.นครราชสีมา และเกิดการเข้าแจ้งความดำเนินคดี ดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;รายละเอียด:&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;7 เมษายน 2552 &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปภัสชนัญญ์ หรือ “เจ๊แดง” ฉิ่งอินทร์ แกนนำกลุ่มคนของแผ่นดินลูกหลานย่าโม และเครือข่ายแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จ.นครราชสีมา ซึ่งชุมนุมประท้วงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พันธมิตรฯ) และรัฐบาล ได้ทำการเผาโลงศพจำลองซึ่งมีข้อความและชื่อของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เขียนไว้ด้านข้างโลง  เหตุเกิด ณ บริเวณลานข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ถ.ราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครราชสีมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;9 เมษายน 2552 &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;พ.อ.วีระภัทรพล บุญย์เชี่ยว นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ให้ดำเนินคดีต่อปภัสชนัญญ์และพวก ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;10 เมษายน 2552 &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;กลุ่มประชาชนชาวโคราช และพันธมิตรฯ จ.นครราชสีมา ในนามสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทยจังหวัดนครราชสีมา และภาคีมวลชนคนโคราชรักประชาธิปไตยได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ให้ดำเนินกับ น.ส.ปภัสนันท์ ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เช่นกัน รวมถึงข้อหาความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113, 114 และ 115, ความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามมาตรา 326&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ยังได้มีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ให้ดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กับ พล.ต.ต.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) นครราชสีมา, พ.ต.อ.บุญเลิศ ว่องวัจนะ ผู้กำกับ (ผกก.) สภ.เมืองนครราชสีมา, พ.ต.ท.พิเชษฐ อรชุน รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครราชสีมา, พ.ต.ท.ชลาสินธุ์ ชลาลัย รอง ผกก. ป.สภ.เมืองนครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุดังกล่าวอีกจำนวน 10 นาย  ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 2,000- 20,000 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;23 เมษายน 2552&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ศาลจังหวัดนครราชสีมา ได้อนุมัติหมายจับเลขที่ 122/2552 ลงวันที่ 23 เมษายน 2552 ในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ กรณีก่อเหตุเผาโลงศพ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่บริเวณลานข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ถ.ราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;24 เมษายน 2552&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ปภัสชนัญญ์ ฉิ่งอินทร์ แกนนำกลุ่มคนของแผ่นดินลูกหลานย่าโม และนปช.จ.นครราชสีมา หรือกลุ่มคนเสื้อแดง จ.นครราชสีมา ได้เข้ามอบตัวกับ พ.ต.ท.ชัยวุฒิ เกียรติก้องกำจาย พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ได้แจ้งข้อหาให้ทราบ  ซึ่งปภัสนัญญ์ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมขอต่อสู้คดีและให้การในชั้นศาล ก่อนถูกควบคุมตัวไปขออำนาจฝากขังต่อศาลจ.นครราชสีมา  ซึ่งปภัสนัญญ์ได้ใช้ตำแหน่งข้าราชการครู ระดับ 9 ของญาติ เป็นหลักทรัพย์ในการร้องขอประกันตัว และศาลได้พิจารณาอนุญาตให้ประกันตัว โดยนัดให้มารายงานอีกครั้งในวันที่ 6 พฤษภาคม 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้าน พ.ต.อ.บุญเลิศ ว่องวัจนะ ผู้กำกับการ(ผกก.) สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า คดีที่ปภัสชนัญญ์ เข้ามอบตัวดังกล่าวเป็นคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งพ.อ.วีระภัทรพล บุญย์เชี่ยว ทหารฝ่ายเสนาธิการประจำกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีอาญากับปภัสชนัญญ์และพวก ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี”  เนื่องจากผู้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเห็นว่า เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2552 ปภัสชนัญญ์และพวก ได้เผาโลงศพจำลองเพื่อประท้วง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พันธมิตรฯ และรัฐบาล ที่บริเวณลานข้างอนุสาวรีย์ท้าวสรนารี (ย่าโม) ถ.ราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมีการเขียนข้อความเข้าข่ายความผิดมาตรา 112 ไว้ข้างโลงศพที่ใช้เผาประท้วง  ซึ่งเมื่อเจ้าพนักงานเห็นว่าพยานหลักฐานเพียงพอ จึงได้ยื่นขอศาลจ.นครราชสีมาออกหมายจับแกนนำกลุ่มผู้ก่อเหตุที่สามารถระบุชื่อได้อย่างชัดเจน คือปภัสชนัญญ์ ฉิ่งอินทร์  ซึ่งศาลได้อนุมัติออกหมายจับเมื่อวานนี้ (23 เม.ย.) และผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนในวันต่อมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุคนอื่นๆ ที่ยังไม่สามารถระบุชื่อได้นั้น  ผกก. สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของเจ้าพนักงาน หากมีพยานหลักฐานเพียงพอก็จะดำเนินการขอศาลออกหมายจับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อนึ่ง  ในคืนวันที่ 3 เมษายน 2552 สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ได้พูดออกอากาศในสถานีโทรทัศน์ ASTV ว่า &lt;span style="font-style: italic; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;“...เสื้อเหลืองออกมาปกป้อง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ในฐานะที่พระองค์ท่านเป็นประธานองคมนตรี...”&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 255);"&gt;  &lt;/span&gt;  ซึ่งคาดว่ากลุ่มคนของแผ่นดินลูกหลานย่าโมและนปช.จ.นครราชสีมา ได้นำคำพูดผิดดังกล่าวของสนธิไปล้อเลียนในเวลาต่อมา  โดยได้เขียนคำเรียกขานพล.อ.เปรมตามคำพูดของสนธิ ไว้ที่ข้างโลงศพจำลองก่อนเผาประท้วง จนสร้างความไม่พอใจให้แก่พันธมิตรฯและทหารในจ.นครราชสีมา และเกิดการเข้าแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-1285198133914993734?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/1285198133914993734/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_29.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/1285198133914993734'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/1285198133914993734'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_29.html' title='กรณีปภัสชนัญญ์ ฉิ่งอินทร์ และพวก'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-1826858792632513499</id><published>2009-04-16T16:51:00.003+07:00</published><updated>2009-04-23T11:40:00.277+07:00</updated><title type='text'>การช่วยเหลือครอบครัวสุวิชา ท่าค้อ</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/_9VIuOh0wSzc/Se_w9qnMJ-I/AAAAAAAAABI/dVFGhW2oFBk/s1600-h/sw_001.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 283px; height: 199px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_9VIuOh0wSzc/Se_w9qnMJ-I/AAAAAAAAABI/dVFGhW2oFBk/s400/sw_001.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5327741826403936226" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;small&gt;&lt;/small&gt;      ท่านสามารถช่วยเหลือครอบครัวคุณสุวิชา ท่าค้อ&lt;br /&gt;&lt;div class="entry"&gt;&lt;div class="snap_preview"&gt;&lt;p&gt; ได้โดยการฝากเงินเขาบัญชีคุณแม่ของคุณสุวิชา ตามรายละเอียดต่อไปนี้&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชื่อบัญชี: อมร ท่าค้อ ธนาคารกรุงไทย&lt;br /&gt;เลขที่บัญชี: 408 - 0 - 31301 - 2&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ขอขอบคุณเป็นอย่างสูง&lt;/p&gt; &lt;/div&gt;    &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-1826858792632513499?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/1826858792632513499/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_5980.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/1826858792632513499'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/1826858792632513499'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_5980.html' title='การช่วยเหลือครอบครัวสุวิชา ท่าค้อ'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_9VIuOh0wSzc/Se_w9qnMJ-I/AAAAAAAAABI/dVFGhW2oFBk/s72-c/sw_001.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-2051802046798514505</id><published>2009-04-16T16:39:00.004+07:00</published><updated>2009-05-13T15:59:58.486+07:00</updated><title type='text'>กรณีประจิณ ฐานังกรณ์</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;กรณีประจิณ ฐานังกรณ์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ข้อมูลด้านคดีและการเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้อง:&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คดีเริ่มต้นที่ชนาภัทร ณ นคร ได้ฟ้องร้องต่อกองบังคับการปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่ามีการตั้งกระทู้ในเว็บบอร์ดประชาไท อันอาจจะเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยหลังจากนั้นได้มี "หมายเรียกพยาน" จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงประจิณ ฐานังกรณ์ ระบุให้ไปให้ปากคำ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18 ตุลาคม 2550 ระหว่างที่เข้าไปรายงานตัวให้ปากคำตามหมายเรียก ประจิณได้รับทราบจากพนักงานสอบสวน ว่า ในกระทู้ "สถาบันกษัตริย์ส่งเสริมหรือเป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตย" ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2549  ได้มีข้อความแสดงความเห็นที่ลงชื่อว่า “ประจิณ ฐานังกรณ์” &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;24 ตุลาคม 2550 ในการพบพนักงานสอบสวนครั้งที่สอง  ประจิณได้ให้ปากคำว่า ได้กลับไปทบทวนแล้ว แต่ไม่สามารถจำได้ว่าตนเองเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวหรือไม่  เนื่องจากเวลาที่ระบุในกระทู้นั้นผ่านมานานมากแล้ว  อีกทั้งกระทู้ดังกล่าวได้หายไปแล้ว ทำให้ตนไม่สามารถตรวจสอบได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภายหลังจากให้ปากคำดังกล่าว ประจิณได้ออกมาเปิดเผยว่า ยังไม่มีการนัดหมายสอบปากคำอีก เนื่องจากคดีประเภทนี้ พนักงานสอบสวนจะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและส่งให้คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเพื่อ พิจารณา โดยต้องรอคำสั่งจากคณะกรรมการก่อนว่าต้องสอบเพิ่มหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;รายละเอียด:&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;11 ตุลาคม 2550 &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ประจิณ ฐานังกรณ์ ประธานกลุ่มธรรมาธิปไตย และผู้ใช้เว็บบอร์ดประชาไท  ได้ออกมาเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2550  ตนได้รับโทรศัพท์จากพ.ต.ท.อภิชน เจริญผล พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม สอบถามว่าสามารถไปพบที่กองบังคับการปราบปราม ตาม  "หมายเรียกพยาน" ในวันดังกล่าวได้หรือไม่  แต่เนื่องจากตนไม่เคยทราบเรื่องนี้ จึงขออนุญาตเลื่อนการให้ปากคำออกไปก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประจิณ ได้ข้อมูลว่า ตนเพิ่งได้ทราบว่ามีการส่ง "หมายเรียกพยาน" จากกองบังคับการปราบปรามถึงตน เมื่อได้รับโทรศัพท์จากพ.ต.ท.อภิชนนี่เอง เนื่องจากก่อนหน้านั้นมาตนไม่อยู่บ้าน  และจนถึงขณะนี้ ตนก็ยังไม่ทราบว่ากระทู้ที่ชนาภัทรอ้างถึงนั้นคือกระทู้ใด ซึ่งตามที่ตนได้โทรศัพท์ไปสอบถามพนักงานสอบสวนนั้น  พ.ต.ท.อภิชนได้ให้ข้อมูลว่า เป็นข้อความในกระทู้ที่ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2549  ตนได้จึงลองย้อนไปค้นหาว่า ในวันที่ดังกล่าว ตนได้ตั้งกระทู้หรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องใดบ้าง และพบว่า มีการเขียนถึง "ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประจิณได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า  พ.ต.ท.อภิชนได้อธิบายให้ตนฟังว่า ถ้าหากข้อความที่อาจจะเข้าข่ายว่ามีข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น ไม่ใช่เป็นข้อความของประจิณ เจ้าหน้าที่ก็จะสอบและลงบันทึกไว้ว่า ไม่ใช่ข้อความของตน แต่หากข้อความนั้นเป็นของประจิณ ก็จะมีการนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการ เพื่อหาข้อสรุปว่า ข้อความนั้นเข้าข่ายความผิดกรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือไม่ ซึ่งตนคาดว่าน่าจะไปพบพนักงานสอบสวนภายในสัปดาห์นี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ "หมายเรียกพยาน" ดังกล่าว ได้ระบุให้ประจิณ ฐานังกรณ์ไปให้ปากคำในวันที่ 4 ตุลาคม 2550  ในฐานะ "พยาน"  ในคดีที่ชนาภัทร ณ นคร ได้ฟ้องร้องต่อกองบังคับการปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า ข้อความบนเว็บบอร์ดประชาไท อาจเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  อย่างไรก็ตาม ในหมายเรียกดังกล่าว ได้ระบุในส่วน "ผู้ต้องหา" ว่า “ไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำผิด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า เคยรู้จักกับชนาภัทร ณ นคร เป็นการส่วนตัวหรือไม่ ประจิณตอบว่า เคยชุมนุมต้านรัฐประหารด้วยกันครั้งหนึ่งที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อนึ่ง ประจิณ ฐานังกรณ์ เป็นหนึ่งในผู้ที่ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านทางกระดานข่าวต่างๆ อาทิ ประชาไท ฟ้าเดียวกัน และกลุ่มพลเมืองภิวัฒน์  ส่วนใหญ่ประจิณมักแสดงความคิดเห็น โดยเปิดเผยชื่อ-นามสกุล พร้อมทั้งช่องทางต่างๆ ที่ให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงและพูดคุยกับตนโดยตรงได้ เช่น ที่อยู่อีเมล หมายเลขโทรศัพท์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;18 ตุลาคม 2550 &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ประจิณ ฐานังกรณ์ ได้เข้าพบและให้ปากคำต่อ พ.ต.ท.อภิชน เจริญผล พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม  และรับทราบว่า ในกระทู้ "สถาบันกษัตริย์ส่งเสริมหรือเป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตย" ซึ่งตั้งขึ้นในเวบบอร์ดประชาไท เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2549  ได้มีข้อความแสดงความเห็นที่ลงชื่อว่า “ประจิณ ฐานังกรณ์”  ซึ่งประจิณรับจะไปตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน เนื่องจากเวลาที่ระบุในกระทู้นั้นผ่านมานานมากแล้ว โดยจะมาพบกับพนักงานสอบสวนอีกครั้ง ในวันพุธที่ 24 ตุลาคม 2550 เวลา 10.00 น.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนั้น ประจิณ ยังได้ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนว่า ปัจจุบันตนอายุ 53 ปี และว่างงาน  เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยประกอบธุรกิจเป็นเจ้าของโรงงานกางเกงยีนส์ แต่ประสบปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จนต้องเลิกกิจการไป สำหรับการใช้อินเทอร์เน็ตนั้น ตนใช้เพื่อหาข้อมูล ดูเว็บไซต์ ฝึกภาษาอังกฤษ และอ่านข่าวทั่วไปรวมถึงเว็บประชาไท  ส่วนการตั้งกระทู้ในเว็บบอร์ดนั้น โดยปกติจะไม่ทราบว่า ผู้ตั้งกระทู้เป็นใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;24 ตุลาคม 2550&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ประจิณ ฐานังกรณ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ตนได้ไปให้ปากคำกับ พ.ต.ท.อภิชน เจริญผล พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ตามที่ได้นัดหมายไว้แล้ว โดยได้ให้ปากคำว่า ไม่สามารถจำได้ว่าตนเองเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากไม่แน่ใจในเอกสาร และวันเวลาที่ระบุในกระทู้นั้นก็ผ่านมานานมาก  อีกทั้งกระทู้ดังกล่าวได้หายไปแล้ว ทำให้ตนไม่สามารถตรวจสอบได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประจิณกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนได้สอบถามว่า ตนมีความเกี่ยวข้องกับประชาไทหรือไม่ ซึ่งตนได้ตอบว่าไม่เกี่ยวข้อง  เมื่อพนักงานสอบสวนถามว่า ปกติแล้วใช้คอมพิวเตอร์ที่ไหน ตนก็ตอบว่าใช้เครื่องคอมฯของตัวเอง  พนักงานสอบสวนจึงถามเพิ่มเติมว่า ทราบหมายเลขไอพีของตนเองหรือไม่ ซึ่งประจิณตอบว่า ไม่ได้สังเกตว่าไอพีเป็นอย่างไร ไม่ได้สนใจ  อย่างไรก็ตาม ตนพอจะทราบว่าในปัจจุบันมีเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถเปลี่ยนไอพีได้  พนักงานสอบสวนได้ถามด้วยว่า เคยเข้าไปแสดงความคิดเห็นในกระทู้ทั่วๆ ไปหรือไม่ ประจิณตอบว่า เคยบ้าง ในบางกระทู้ที่คิดว่าพอจะให้ความเห็นได้ตามความรู้ของตนเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประจิณเปิดเผยเพิ่มเติมว่า  หลังจบการให้ปากคำ พ.ต.ท.อภิชนได้ถามตนว่า ปัจจุบันยังเข้าไปตั้งกระทู้ในเว็บประชาไทหรือไม่ และเมื่อตนตอบว่ามีการตั้งกระทู้บ้าง  พ.ต.ท.อภิชนก็ได้บอกให้ตนระวัง เพราะอาจจะมีความผิดต่างกรรมต่างวาระได้ โดยอธิบายเพิ่มเติมว่า หากมีการแจ้งความว่าความเห็นนี้ผิด แล้วในขณะดำเนินคดีมีการนำกระทู้มาลงอีกครั้ง ก็อาจเป็นความผิดซ้ำอีกคดีหนึ่งได้  อย่างไรก็ตาม เมื่อตนถามพ.ต.ท.อภิชนว่า ได้เข้ามาดูเว็บประชาไทบ้างหรือไม่ พ.ต.ท.อภิชนก็หัวเราะแต่ไม่ได้ตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อกรณีนี้ ประจิณกล่าวว่า การที่ตนเสี่ยงตั้งกระทู้บอกกับคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องคดี ก็เพื่อความปลอดภัยของตนเอง เนื่องจากเกรงการถูกอุ้มหายมากกว่าการผิดกฎหมายซ้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มีคนหายอยู่เรื่อยๆ จึงต้องพูด ไม่ใช่มีคดีก็เงียบและห้ามพูด เพื่อความปลอดภัยแล้วต้องพูด” ประจิณกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ ประจิณ ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มว่า  ในช่วงที่รอพ.ต.ท.อภิชนเดินทางมาสอบปากคำนั้น ตนได้เดินไปที่ห้องผู้สื่อข่าวในกองบังคับการปราบปราม และสอบถามว่าคิดอย่างไรกับคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งได้รับคำตอบว่า ผู้สื่อข่าวไม่กล้าทำข่าว หรือถึงแม้ทำไปทางกองบรรณาธิการก็ไม่ลงข่าวให้  ซึ่งประจิณมีความเห็นว่า คดีแบบนี้เป็นคดีสำคัญ ผู้สื่อข่าวสามารถรายงานตามข้อมูลที่เป็นจริง แบบไม่ผิดกฎหมาย  ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับประชาชน ทำให้ประเทศมีความเป็นธรรมมากขึ้น  อีกทั้งคนที่เจอคดีแบบนี้มีหลายราย หากผู้สื่อข่าวไม่สนใจ คนเหล่านั้นก็อาจเป็นอันตรายได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความคืบหน้าในคดีที่เขาถูกออก "หมายเรียกพยาน" นั้น  ประจิณกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการนัดหมายสอบปากคำอีก เนื่องจากคดีประเภทนี้ พนักงานสอบสวนจะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและส่งให้คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเพื่อ พิจารณา โดยต้องรอคำสั่งจากคณะกรรมการก่อนว่าต้องสอบเพิ่มหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..................................................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ข้อมูลส่วนตัว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประจิณ ฐานังกรณ์  อดีตนักธุรกิจเจ้าของโรงงานกางเกงยีนส์ เปิดเผยไว้ในหลายเวบไซต์ว่า  เขาเข้าร่วมการเคลื่อนไหวทางการเมืองมาตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และได้เข้าร่วมชุมนุมใน "พฤษภาฯเลือด" (พฤษภาคม 2535)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ประจิณได้ออกมาเคลื่อนไหวร่วมกับประชาชนฝ่ายที่ต่อต้านรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ทั้งโดยการเข้าร่วมชุมนุม และการแสดงความคิดเห็นตามหน้าเวบไซต์ ซึ่งเขามักจะระบุชื่อ-นามสกุลจริง รวมทั้งที่อยู่อีเมล (E-mail Address) และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกลับไปด้วยเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประจิณเป็นพี่ชายของวราวุธ ฐานังกรณ์ เภสัชกรนักเคลื่อนไหว เจ้าของนามแฝง "สุชาติ นาคบางไทร" และผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม 2551 หลังถูกออกหมายจับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-2051802046798514505?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/2051802046798514505/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_756.html#comment-form' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/2051802046798514505'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/2051802046798514505'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_756.html' title='กรณีประจิณ ฐานังกรณ์'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-5533302130658862685</id><published>2009-04-16T13:39:00.005+07:00</published><updated>2009-06-02T16:32:28.376+07:00</updated><title type='text'>กรณีสุวิชา ท่าค้อ</title><content type='html'>&lt;strong&gt;สุวิชา ท่าค้อ:&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ข้อมูลด้านคดีและความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้อง:&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะถูกจับกุม สุวิชา ท่าค้อ อายุมี 34 ปี และทำงานในตำแหน่งวิศวกรเครื่องจักรของบริษัทขุดเจาะน้ำมันแห่งหนึ่ง  เขาถูกเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และฝ่ายสืบสวน สำนักคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ จับกุมตัวขณะกำลังเดินซื้อของกับภรรยาในตลาดอำเภอเมืองนครพนม เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2552  โดยเจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายจับและแจ้งข้อหาเผยแพร่ข้อความหมิ่นสถาบันเบื้องสูง  สุวิชาซึ่งมีอาการตกใจได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ก่อนจะถูกควบคุมตัวไปสอบปากคำที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรุงเทพฯ ในคืนวันเดียวกัน โดยไม่มีการแถลงข่าวการจับกุมแต่อย่างใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม  เช้าวันต่อมา ข่าวการจับกุมตัวสุวิชาได้ถูกเผยแพร่ออกไป  ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับบุคคลระดับสูงบางคนในกระทรวงยุติธรรม ถึงขั้นมีการออกมาต่อว่าเจ้าหน้าที่ผ่านสื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สองวันต่อมา สุวิชาถูกควบคุมตัวไปยังศาลอาญา เพื่อยื่นคำร้องขอฝากขังในระหว่างกระบวนการสอบสวนพยานหลักฐาน โดยคัดค้านการประกันตัว  ซึ่งศาลอนุญาตให้ฝากขัง และไม่อนุญาตให้ประกันตัว แม้ว่าภรรยาของเขาจะยื่นคำร้องพร้อมด้วยหลักทรัพย์  กระบวนการทั้งหมดนี้กระทำไปโดยที่ผู้ต้องหาไม่มีทนายให้คำปรึกษา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภายหลังถูกจับกุมเพียงไม่กี่วัน บริษัทขุดเจาะน้ำมันที่สุวิชาทำงานอยู่ ได้มีจดหมายแจ้งคำสั่ง "เลิกจ้าง" เนื่องมาจากการที่เขาถูกตั้งข้อหาและจับกุมดังกล่าว  จดหมายของบริษัทระบุด้วยว่าสุวิชาจะไม่ได้รับค่าชดเชยใดๆ  เนื่องจากการกระทำของเขาทำให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระหว่างที่สุวิชาถูกคุมขังในเรือนจำ ญาติและทนายความของเขาได้พยายามยื่นขอประกันตัวด้วยหลักทรัพย์อีกหลายครั้ง แต่ศาลไม่อนุญาต  โดยให้เหตุผลว่า สถาบันกษัตริย์เป็นที่เคารพเทิดทูนของประชาชนทั้งประเทศ ผู้ใดจะละเมิดไม่ได้ และกรณีนี้เป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศ อีกทั้งเป็นพฤติการณ์ที่ร้ายแรง อัตราโทษสูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะเดียวกัน สื่อหลายสำนักได้เผยแพร่ข้อมูลคดีความของเขาออกไปอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อต่างประเทศ มีการเข้าไปสัมภาษณ์ถึงในเรือนจำ  ซึ่งทุกครั้ง สุวิชา - ในสภาพที่ร้องไห้อยู่เกือบตลอดเวลา - ได้วิงวอนผ่านสื่อร้องขอสิทธิประกันตัว และพยายามอธิบายว่าเขามีลูก 3 คนและครอบครัวที่ต้องดูแล ไม่เคยคิดหลบหนี และไม่มีขบวนการใดๆ อยู่เบื้องหลังตามที่ถูกตั้งข้อสงสัย  รวมทั้งได้กล่าวอย่างน้อยใจถึงกรณีผู้ต้องหาในคดีอุกฉกรรจ์หลายรายที่ได้รับการประกันตัว แต่ในกรณีของเขากลับถูกปฏิเสธตลอดมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;27 มีนาคม 2552 สุวิชา ท่าค้อ ให้การรับสารภาพต่อข้อกล่าวหาในชั้นศาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3 เมษายน 2552 สุวิชา ท่าค้อ ถูกตัดสินจำคุกจากความผิด 2 กระทง กระทงละ 10 ปี รวม20 ปี แต่เนื่องจากให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กระทงละ 5 ปี คงเหลือโทษจำคุก 10 ปี ไม่รอลงอาญา และให้ริบของกลาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;……….……….……….……….……….&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;รายละเอียด:&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;14 มกราคม 2552&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;สุวิชา ท่าค้อ ถูกเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และฝ่ายสืบสวน สำนักคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ จับกุมตัวขณะกำลังเดินซื้อของกับภรรยาในตลาดอำเภอเมืองนครพนม ด้วยข้อหาเผยแพร่ข้อความหมิ่นสถาบันเบื้องสูง โดยสุวิชาได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ก่อนจะถูกควบคุมตัวไปสอบปากคำที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรุงเทพฯ ในคืนวันเดียวกัน โดยไม่มีการแถลงข่าวการจับกุมแต่อย่างใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;15 มกราคม 2552 &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ข่าวการจับกุมดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับ รวมทั้งสื่อบนหน้าอินเตอร์เนตและกระดานข่าวต่างๆ โดยเกือบทุกแหล่งระบุว่าเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของสุวิชาที่กรุงเทพฯ แต่ผู้ต้องหาได้หลบหนีการจับกุมไปอยู่บ้านญาติที่นครพนมก่อนจะถูกติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว(1)  ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค(2) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ดังที่ปรากฏคำให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนในวันเดียวกันว่า จะไม่มีการแถลงข่าวใดๆ เกี่ยวกับการจับกุมครั้งนี้ และก่อนหน้าที่จะเข้าจับกุมเมื่อวานนี้ (14 ม.ค. 52) ตนได้กำชับแล้วว่าไม่ต้องการให้ข้อมูลถูกเผยแพร่ออกไป อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงกรณีที่มีข่าวออกมาว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีดังกล่าวนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมตอบว่า ยังไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวนใดๆ เพียงแต่กำชับให้ระมัดระวังมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภายหลังถูกจับกุมเพียงไม่กี่วัน บริษัทขุดเจาะน้ำมันที่สุวิชาทำงานอยู่ ได้มีจดหมายแจ้งคำสั่ง "เลิกจ้าง" เนื่องมาจากการที่เขาถูกตั้งข้อหาและจับกุมดังกล่าว  จดหมายของบริษัทระบุด้วยว่าสุวิชาจะไม่ได้รับค่าชดเชยใดๆ  เนื่องจากการกระทำของเขาทำให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;16 มกราคม 2552 &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ควบคุมตัวสุวิชา ท่าค้อ  ไปที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อขออำนาจศาลฝากขังผลัดแรก โดยในคำร้องระบุว่า ระหว่างวันที่ 27 เมษายน - 26 ธันวาคม 2551 ผู้ต้องหาได้กระทำผิดกฎหมายหลายบทหลายกรรม ด้วยการเผยแพร่ข้อมูลรูปภาพซึ่งเป็นการกระทำดูหมิ่นองค์พระมหากษัตริย์และองค์รัชทายาท ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 92/2552 บริเวณหน้าร้านสุวรรณการช่าง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2552 ซึ่งในขณะนี้การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องรอสอบปากคำพยานอีก 15 ปาก และรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานที่ตรวจยึดมา ได้แก่ คอมพิวเตอร์จำนวน 3 เครื่อง แผ่นซีดีและเอกสารอีกหลายรายการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการประกัน เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญ เกรงว่าผู้ต้องหาจะกระทำผิดซ้ำอีก อีกทั้งผู้ต้องหาทำงานกับบริษัทเอกชนต่างชาติ ต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำ จึงอาจมีพฤติการณ์หลบหนี ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้ว อนุญาตให้ฝากขัง ทั้งนี้ กระบวนการทั้งหมดกระทำไปโดยที่ผู้ต้องหาไม่มีทนายให้คำปรึกษา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ในวันเดียวกัน ฐิติมา ท่าค้อ ภรรยาของสุวิชา ได้เดินทางมายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาล โดยใช้โฉนดที่ดิน ราคาประเมิน 5.5 แสนบาทเป็นหลักประกัน อย่างไรก็ตาม ศาลยกคำร้องดังกล่าว และมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าสถาบันกษัตริย์เป็นที่เคารพเทิดทูนของประชาชนทั้งประเทศ ผู้ใดจะละเมิดไม่ได้ และกรณีนี้เป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศ อีกทั้งเป็นพฤติการณ์ที่ร้ายแรง อัตราโทษสูง จึงเห็นควรไม่ให้ประกันตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;23 มกราคม 2552 &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ทนายความของสุวิชา ท่าค้อ ได้ยื่นอุทธรณ์ขอประกันตัว แต่เนื่องจากเอกสารบางส่วนไม่ครบถ้วน จึงเตรียมยื่นอุทธรณ์อีกครั้งในวันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;26 มกราคม 2552 &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ทนายความของสุวิชา ท่าค้อ ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาลชั้นต้นเป็นครั้งที่ 2 พร้อมด้วยหลักทรัพย์ แต่ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง โดยระบุว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;29 มกราคม 2552 &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ทนายความของสุวิชา ท่าค้อ ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาลชั้นต้นเป็นครั้งที่ 3 ศาลนัดฟังผลการพิจารณาในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;2 กุมภาพันธ์ 2552 &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ศาลเลื่อนนัดฟังผลการพิจารณาไปเป็นวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2552&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;4 กุมภาพันธ์ 2552 &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยระบุว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;27 มีนาคม 2552&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก อานนท์ นำพา ทนายความของสุวิชา ท่าค้อ เปิดเผยว่า ได้เบิกตัวจำเลยเพื่อนัดชี้สองสถาน เนื่องจากอัยการได้สั่งฟ้องคดีเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2552 ซึ่งกล่าวหาว่าสุวิชา ท่าค้อกระทำความผิดโดยการโพสต์รูปและข้อความลงบนอินเตอร์เน็ต โดยใช้นามแฝง 2 ชื่อ โดยอัยการขอให้ลงโทษตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 8, 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83,91 และ 112 และพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 14, และ 16&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จำเลยให้การต่อศาลรับสารภาพว่าตนได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหา ศาลนัดฟังคำตัดสินในวันที่ 3 เมษายน 2552 เวลา 9.00 น.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;3 เมษายน 2552&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเวลา 9.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ผู้พิพากษาอ่านคำตัดสินคดีที่พนักงานอัยการ โจทก์ ฟ้องนายสุวิชา ท่าค้อ เป็นจำเลย ฐานกระทำความผิดโดยร่วมกับพวกที่หลบหนี หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่า จะทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ และเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร, นำ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่ปรากฏภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กโทรนิกส์หรือวิธีการอื่นใดโดยประการที่น่า จะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย อัยการขอให้ลงโทษตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 8, 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83,91 และ 112 และพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 14 และ 16&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัดสินว่ามีความผิดตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 8, 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1), 83,91 และ 112 และพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14(2) และ 16(1) เนื่องจากเป็นความผิดหลายบท ให้ลงโทษตามมาตราที่มีโทษสูงสุด และความที่จำเลยกระทำความผิด 2 กระทง ให้ตัดสินให้ลงโทษ กระทงละ 10 ปี รวม 20 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กระทงละ 5 ปี คงเหลือโทษจำคุก 10 ปี ไม่รอลงอาญา และให้ริบของกลาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภายหลังการตัดสินคดี  ฐิติมา ท่าค้อ ภรรยาวัย 36 ปีของสุวิชา ได้เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง และยังไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรกับการเลี้ยงดูลูก 3 คนที่ต่างกำลังอยู่ในวัยเรียน เพราะสามีเป็นผู้หารายได้หลักมาโดยตลอด ขณะที่ตนเป็นแม่บ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"...เราเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา มาบอกทำไมล่ะว่าให้ปากคำแล้วจะปล่อยแฟนหนูกลับบ้าน..."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ ฐิติมายังได้ให้ผู้สื่อข่าวดูภาพถ่ายลูกชายคนโต (อายุ 16 ปี) ซึ่งขณะนี้บวชเป็นเณรอยู่ที่วัดสระโบสถ์ จ.ร้อยเอ็ด ในโครงการถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี  พร้อมกับบอกว่า "นี่ไม่ใช่บวชธรรมดานะ เป็นการบวชในพระราชกุศล เผื่อจะได้ไถ่โทษให้พ่อเขาได้บ้าง"   ขณะที่บิดาวัย 70 ปีของสุวิชากล่าวว่า รู้สึกเหมือนบ้านพังลงมาทั้งหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ห้องขังใต้ถุนศาล สุวิชา ซึ่งร้องไห้อยู่ตลอดเวลา ภายหลังทราบว่าจะต้องพลัดพรากจากครอบครัวถึง 10 ปี ได้กล่าวตัดพ้อสังคมไทยว่า เพียงเพราะความเชื่อที่แตกต่าง ตนก็กลายเป็นคนเลว ก่อนจะอธิบายว่า เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนออกมาต่อต้านการรัฐประหาร และด้วยความเข้าใจผิดจึงได้ก้าวล่วงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ต่อมาได้ฟังเจ้าหน้าที่อธิบายจึงเข้าใจ และรู้สึกเสียใจ  ซึ่งระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ ตนได้เขียนขอพระราชทานอภัยโทษแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"...ผมอยากกลับไปหาครอบครัว ไปเป็นชาวไร่ชาวนาก็เอา ขอให้ผมอาศัยอยู่ในประเทศนี้ต่อไปเถอะ ผมไม่มีที่ไปแล้ว ผมแค่ชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ไม่มีอาวุธ ไม่มีเครือข่ายอะไรจริงๆ..."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"…I never do anything wrong, the whole world please help me, I want to go back to my family…"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้านสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเน็ตติเซ่น กล่าวว่า ขณะนี้ทางเครือข่ายฯกำลังอยู่ระหว่างการปรึกษาหารือ  โดยเบื้องต้นได้รวบรวมข้อมูลและกระจายข้อมูลเกี่ยวกับคดีดังกล่าวออกไป  อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวแล้วมองว่า คดีของสุวิชา ท่าค้อ เป็นข้อเตือนให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตต้องระมัดระวังตัวในการแสดงความคิดเห็นกันมากขึ้น  ซึ่งการลงโทษจำคุก 20 ปี และลดเหลือ 10 ปี นั้น ตนเห็นว่าเป็นโทษที่หนักมาก ถ้าเปรียบเป็นยาก็ถือเป็นยาแรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"...ก็คงพูดได้ว่าเสรีภาพมีอยู่ แต่ความเสี่ยงก็สูงมากด้วย โดยเฉพาะสำหรับคนที่เชื่อในเรื่องการแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา..."&lt;br /&gt;ผู้ประสานงานเครือข่ายเน็ตติเซ่นยังกล่าวอีกว่า พื้นที่อินเตอร์เน็ตเป็นพื้นที่ที่ผู้แสดงความคิดเห็นไม่มีภูมิคุ้มกันมาก่อน  เพราะก่อนหน้านี้หลายคนอาจจะแสดงความเห็นโดยใช้นามแฝง หรือเป็นบุคคลนิรนาม  แต่น่าสังเกตว่า ความเป็นนิรนามในผู้ใช้อินเตอร์เน็ตของไทยกลับหายไปอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่ปีเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"...ก็น่าเศร้าที่จะต้องพูดว่าผู้เล่นอินเตอร์เน็ตต้องระวังตัว เพราะพื้นที่อินเตอร์เน็ตเป็นพื้นที่เสรี ในส่วนของการแก้ปัญหาระยะยาวคงอยู่ที่การหาจุดที่ลงตัวระหว่างเสรีภาพ กับกฎหมายที่เข้มงวดมาก…"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนจะให้ความเห็นทิ้งท้ายว่า ในกรณีของสุวิชา เนื่องจากจำเลยสารภาพ จึงไม่มีการไต่สวนข้อเท็จจริงว่าเขาเป็นบุคคลที่ถูกกล่าวหาจริงหรือไม่ ทั้งนี้ จำเลยก็กล่าวกับผู้สื่อข่าวและบุคคลทั่วไปว่าสารภาพเพราะต้องการให้คดีจบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"...นี่เป็นเรื่องที่เป็นคำถามเหมือนกันว่าในทางสืบสวนสอบสวน หาหลักฐานทางเทคนิคและทางวิทยาศาสตร์ทั้งหลาย จะตรวจสอบได้อย่างไรที่จะเชื่อมโยงข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต สู่ตัวบุคคลจริงๆ..."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;14 พฤษภาคม 2552&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เวบไซต์&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ประชาไท&lt;/span&gt;รายงานว่า อานนท์ นำพา ทนายของสุวิชา ท่าค้อ ได้ออกมาเปิดเผยว่า อัยการได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนกำหนดอายุความอุทธรณ์คดีดังกล่าวออกไปจากกำหนด เดิมคือวันที่ 3 พ.ค. 52 โดยขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 1 มิ.ย. 52 ซึ่งการเลื่อนอายุความดังกล่าว ได้ส่งผลให้คดียังไม่สิ้นสุด โดยถ้าหากอัยการยื่นอุทธรณ์ในระหว่างนี้ คดีก็จะยืดเยื้อออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ วันเดียวกัน แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับครอบครัวของสุวิชา ท่าค้อ ได้เปิดเผยว่า หลังจากทราบข่าวการเลื่อนกำหนดอายุความ ญาติของสุวิชารู้สึกวิตกเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความตั้งใจจะยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ แต่เมื่อคดียังไม่สิ้นสุดก็ไม่สามารถดำเนินการได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;1 มิถุนายน 2552&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เวบไซต์&lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2009/06/24508"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ประชาไท&lt;/span&gt;&lt;/a&gt; รายงานว่า คดีที่สุวิชา ท่าค้อ ซึ่งถูกศาลตัดสินจำคุก 10 ปี ในความผิดตามพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และมาตรา 112 ของกฎหมายอาญา หรือคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  ที่อัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลขยายระยะเวลาอุทธรณ์จากวันที่ 3 พ.ค. เป็นวันที่ 1 มิ.ย. นั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 พ.ค.52  พ.ต.ท.พิชิต นนทสุวรรณ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ยื่นคำแถลงต่อศาลว่า อัยการฝ่ายคดีศาลสูงมีคำสั่งไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาและอธิบดีกรมสอบ สวนคดีพิเศษเห็นพ้องด้วยกับคำสั่งไม่อุทธรณ์ โจทก์จึงไม่อุทธรณ์คดีนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้านอานนท์ นำพา ทนายของสุวิชา กล่าวกับ&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ประชาไท&lt;/span&gt;ว่า  เมื่อทางอัยการไม่ดำเนินการอุทธรณ์ ก็จะดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ศาลสั่งคดีถึงที่สุดต่อไป โดยอาจจะดำเนินการในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ หรืออย่างช้าที่สุดในวันจันทร์ที่จะถึงนี้  และหลังจากนั้นก็จะเตรียมการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;……….……….……….……….……….&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 255);font-size:85%;" &gt;&lt;strong&gt;เชิงอรรถ:&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(1) ข้อมูลจากคนใกล้ชิดยืนยันว่า สุวิชาไม่ได้รู้ตัวล่วงหน้าว่าจะถูกจับกุมและหลบหนีไปตามที่เป็นข่าว แต่เป็นการจับกุมในระหว่างที่เขามาพักผ่อนกับครอบครัวที่บ้านนครพนมตามปกติ อีกทั้งก่อนหน้าที่จะถูกจับกุมเพียงไม่กี่วัน สุวิชายังได้ไปเปิดการแสดงพารามอเตอร์ในงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2552 ของจังหวัดนครพนม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....  ซึ่งโดยสาระสำคัญคือ&lt;br /&gt;๑. เสนอให้เพิ่ม "พระบรมวงศานุวงศ์" (ภาค ๒ ความผิดลักษณะ ๑) จากเดิมที่ครอบคลุมเฉพาะองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการ&lt;br /&gt;๒. เดิมมีโทษจำคุกตั้งแต่ ๓ ปี ถึง ๑๕ ปี ร่างนี้เสนอให้เพิ่มโทษเป็น " ๕ ปี ถึง ๒๕ ปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนถึงหนึ่งล้านบาท" (มาตรา ๑๑๒)&lt;br /&gt;๓. ให้ศาลกำหนดวันไต่สวนมูลฟ้องและวันพิจารณาคดีโดยไม่ชักช้า&lt;br /&gt;๔. ในขั้นการพิจารณาเบื้องต้นของศาล หาก "เห็นว่ามีมูล" ให้ศาลประทับฟ้องไว้และกำหนดวันพิจารณาคดีโดยเร็ว ซึ่งพฤติกรรมแห่งการกระทำผิด ประกอบได้ด้วย ข้อมูล ข้อความ ถ้อยคำ คำเรียกขาน คำเปรียบเปรย ภาพ เนื้อหา&lt;br /&gt;๕. ให้ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้รับภาระในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน (ฝ่ายอัยการหรือฝ่ายโจทก์ เพียงแถลงต่อศาลถึงพฤติการณ์การกระทำความผิด) จากเดิมที่ให้สันนิษฐานว่าผู้ถูกกล่าวหา/จำเลย บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา&lt;br /&gt;๖. ให้เป็นคดีที่พิจารณาต่อเนื่อง ห้ามเลื่อนโดยไม่มีเหตุอันควรอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับร่างฯดังกล่าวได้ที่&lt;br /&gt;&lt;a href="http://edoc.parliament.go.th/public/output/result.asp?hidDocID=492193"&gt;http://edoc.parliament.go.th/public/output/result.asp?hidDocID=492193&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;……….……….……….……….……….&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/_9VIuOh0wSzc/Sf8GyYKQm1I/AAAAAAAAAB4/b-gDwuCSerE/s1600-h/sw_001.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 283px; height: 199px;" src="http://3.bp.blogspot.com/_9VIuOh0wSzc/Sf8GyYKQm1I/AAAAAAAAAB4/b-gDwuCSerE/s400/sw_001.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5331987946378664786" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ข้อมูลส่วนตัว:&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุวิชา  ท่าค้อ  หรือ "นุ้ย" เป็นชาวจังหวัดนครพนม เกิดเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2517 เป็นบุตรคนที่ 2 ของครอบครัวชาวนาในจังหวัดนครพนม มีพี่สาว 1 คน และน้องชาย 1 คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในช่วงวัยรุ่น สุวิชาได้เข้าศึกษาในสถาบันการบินพลเรือนอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะพบว่าหญิงคนรัก (ภรรยาในปัจจุบัน) ตั้งครรภ์  ทำให้เขาตัดสินใจลาออกจากการเรียนกลางคัน เพราะต้องการแสดงความรับผิดชอบต่อภรรยาและลูกที่กำลังจะเกิดมา  โดยหลังจากนั้น สุวิชาในวัย 18 ปีได้พาคนรักไปฝากไว้กับพี่สาวที่มหาสารคามให้ช่วยดูแลชั่วคราว เพื่อที่ตัวเองจะได้ไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูคนรักและชีวิตที่กำลังจะเกิดมา โดยไม่เคยเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากทางบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนใกล้ชิดเล่าว่า ลักษณะนิสัยที่เด่นชัดของ "นุ้ย" คือความเป็นคนขยันขันแข็ง มีความรับผิดชอบสูง ซึ่งผลตอบแทนที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ สุวิชามีเงินเดือนหลายหมื่นบาทในวัยเพียงสามสิบกว่าปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในด้านชีวิตส่วนตัว "นุ้ย" เป็นคนรักครอบครัวอย่างมาก ในช่วงที่ได้หยุดพักจากงานในบริษัทขุดเจาะน้ำมัน เขาจึงมักใช้วันหยุดทั้งหมดนั้นกับครอบครัวทั้งที่บ้านในกรุงเทพฯและบ้านที่นครพนม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"…เขารักลูกมาก ติดลูก วันหยุดต้องกลับมานอนกอดลูกทุกคืน..."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนเวลาที่เหลือ สุวิชามักทุ่มเทให้กับพารามอเตอร์หรือร่มบิน – กีฬาผาดโผนที่เขาคว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศมาได้หลายรายการ โดยใช้ชื่อในวงการร่มบินว่า "นุ้ย นครพนม"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14 มกราคม 2552 สุวิชา ท่าค้อ ถูกเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และฝ่ายสืบสวน สำนักคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ จับกุมตัวขณะเดินซื้อของในตลาดอำเภอเมืองนครพนม ด้วยข้อหาเผยแพร่ข้อความหมิ่นสถาบันเบื้องสูง สุวิชาได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เขาถูกควบคุมตัวไปสอบปากคำที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรุงเทพฯ ในคืนวันเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลจากคนใกล้ชิดยืนยันว่า สุวิชาไม่ได้รู้ตัวล่วงหน้าว่าจะถูกจับกุมและหลบหนีไปกบดานอยู่ที่ต่างจังหวัดตามที่เป็นข่าว  แต่เป็นการจับกุมในระหว่างที่เขามาพักผ่อนกับครอบครัวที่บ้านนครพนมตามปกติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"...เขาใช้ชีวิตปกติ ไม่รู้อะไรเลย วันเด็ก-ก่อนหน้าโดนจับไม่กี่วัน ก็ยังไปบินพารามอเตอร์โชว์ให้เด็กที่นครพนมดูอยู่เลย..."&lt;br /&gt;หลังการจับกุม นอกจากความทุกข์ใจและเสียขวัญ ครอบครัวของสุวิชากำลังตกอยู่ในภาวะลำบาก บ้านที่สร้างขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงของเขาซึ่งยังต้องผ่อนชำระอยู่อาจถูกยึดไป  เนื่องจากสุวิชามีเงินเก็บอยู่ไม่มากนัก เพราะที่ผ่านมารายได้ของเขาได้ถูกนำไปทุ่มเทให้กับบ้าน และความสะดวกสบายของครอบครัว รวมทั้งการศึกษาของลูกๆ  ยิ่งไปกว่านั้น หลังถูกจับกุมเพียงไม่กี่วัน สุวิชาก็ถูกให้ออกจากงานในบริษัทขุดเจาะน้ำมันและไม่ได้รับค่าชดเชยใดๆ โดยทางบริษัทอ้างเหตุผลว่า การกระทำของเขาทำให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง  แม้ว่าในขณะนั้นสุวิชาจะยังเป็นเพียงผู้ต้องหา และคดียังคงอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบัน สุวิชา ท่าค้อ วัย 34 ปี - พ่อของเด็กๆ 3 คน อดีตวิศวกรบริษัทขุดเจาะน้ำมันและนักกีฬาร่มบินเจ้าของรางวัลชนะเลิศหลายรายการ ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำคลองเปรม กรุงเทพฯ  ในฐานะนักโทษ "คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" และพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กำหนดจำคุก 10 ปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;&lt;/span&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;หมายเหตุ:&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 255);"&gt; แก้ไขเพิ่มเติมล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2552&lt;/span&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-5533302130658862685?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/5533302130658862685/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_1006.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/5533302130658862685'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/5533302130658862685'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_1006.html' title='กรณีสุวิชา ท่าค้อ'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_9VIuOh0wSzc/Sf8GyYKQm1I/AAAAAAAAAB4/b-gDwuCSerE/s72-c/sw_001.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-989611246641215798</id><published>2009-04-16T13:36:00.002+07:00</published><updated>2009-04-29T00:20:43.646+07:00</updated><title type='text'>กรณีแฮรี่ นิโคไลดส์</title><content type='html'>&lt;br&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;กรณีแฮรี่ นิโคไลดส์ (Harry Nicolaides)&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ข้อมูลด้านคดีและความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้อง:&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แฮรี่ นิโคไลดส์ ถูกจับกุมในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2551&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังสือที่เป็นปัญหาในคดีนี้และเป็นเหตุให้ผู้เขียนถูกจับกุมคือนิยายชื่อ "verisimilitude" (2549?) ที่เขาเขียนขึ้นเมื่อปี 2548 ซึ่งตีพิมพ์ออกมาประมาณไม่เกิน 50 เล่ม และขายออกไปเพียง 10 เล่ม  อย่างไรก็ตาม ในหนังสือดังกล่าว มีเนื้อความที่กล่าวถึง ‘ข่าวลือ' เรื่อง ‘โรแมนติก' ของเชื้อพระวงศ์โดยไม่ได้ระบุชื่อ อยู่ประมาณ 1 ย่อหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนตีพิมพ์นิยายเล่มดังกล่าว  แฮรี่ได้ส่งเนื้อหาให้สำนักพระราชวังพิจารณาพร้อมกับสอบถามว่าว่าข้อความเช่นนี้หมิ่นเหม่หรือไม่ แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ จนกระทั่งเขาถูกจับกุมที่สนามบิน ในความผิดตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;19 มกราคม 2552 แฮรี่ นิโคไลดส์ ถูกพิพากษาจำคุก 6 ปี ซึ่งลดโทษเหลือกึ่งหนึ่ง (3 ปี) เนื่องรับสารภาพ  หลังจากนั้นเขาได้ขอพระราชทานอภัยโทษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในระหว่างนั้น ข่าวคดีของแฮรี่ นิโคไลดส์ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในสื่อต่างประเทศ และได้มีผู้เปิดเว็บไซต์รณรงค์ให้ผู้ใช้อินเตอร์เนตร่วมลงชื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แฮรี่ นิโคไลดส์รับพระราชทานอภัยโทษเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2552 ก่อนถูกเร่งส่งตัวกลับประเทศออสเตรเลียเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทนายความของแฮรี่ นิโคไลดส์ ได้ให้สัมภาษณ์เปิดเผยว่า ที่ผ่านมารัฐบาลออสเตรเลียและรัฐบาลไทยได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ปัญหากรณีลูกความของเขา ซึ่งรวมถึงการกระตุ้นขั้นตอนต่างๆ ให้เร็วขึ้นด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;รายละเอียด&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;31 สิงหาคม 2551&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;แฮรี่ระบุว่า  ได้ทราบในภายหลังว่ามีการออกหมายจับตนตั้งแต่เดือนมีนาคม 2551 แต่ระหว่างนั้น จนถึงวันที่ถูกจับ ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 5 เดือน เขายังคงเดินทางเข้าออกประเทศไทยผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองหลายครั้งโดยไม่มีปัญหาใดๆ  จนกระทั่งวันที่ 31 สิงหาคม 2551 เมื่อเขาจะเดินทางกลับไปยังออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปดักจับกุมเขาที่สนามบินสุวรรณภูมิ  ซึ่งกรณีนี้ไม่ปรากฏเป็นข่าวในประเทศไทยแต่อย่างใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;3 กันยายน 2551&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ภายหลังการจับกุม 3 วัน ปรากฏรายงานข่าวชิ้นแรกของสื่อออสเตรเลีย โดยสำนักข่าว เอบีซีนิวส์ทางเว็บไซต์ ระบุว่าแฮรี่ นิโคไลดส์ถูกปฏิเสธการประกันตัวและถูกส่งกลับไปยังเรือนจำกลางกรุงเทพฯ พร้อมให้ข้อมูลไว้ท้ายข่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพรุนแรงที่สุดในโลก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;16 กันยายน 2551&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;รายงานข่าวในสื่อของออสเตรเลียระบุว่า ครอบครัวของแฮรี่ นิโคไลดส์ได้ยื่นหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษผ่านทางสถานทูตออสเตรเลีย  หลังจากที่คำร้องขอประกันตัวถูกปฏิเสธไปแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งทางการไทยให้เหตุผลว่า เพื่อป้องกันการหลบหนีและก่อเหตุซ้ำอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;พฤศจิกายน 2551&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;หลังผ่านความ.เงียบของของข่าวสาร  เอบีซี ได้นำเสนอคดีของแฮรี่ นิโคไลดส์เป็นสารคดีทางโทรทัศน์ โดยสัมภาษณ์แหล่งข่าวหลายราย  พี่ชายและทนายความของแฮรี่ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศของออสเตรเลียขอให้พวกเขาอยู่เงียบๆ ไม่เปิดเผยข้อมูลของคดี ทว่ากระทรวงการต่างประเทศเองก็ล้มเหลวในการให้ข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวกับการปล่อยตัวแฮรี่  สิ่งที่ครอบครัวของแฮรี่เรียกร้องต่อรัฐบาลออสเตรเลียคือ การให้ข้อมูลว่ารัฐบาลได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง ทั้งนี้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่สถานทูตจะระบุว่าได้พบกับแฮรี่แล้วไม่ต่ำกว่า 15 ครั้ง และกระทรวงการต่างประเทศก็ได้ยื่นเรื่องต่อรัฐบาลไทยแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ครั้ง  แต่คำถามคือ "ทางการออสเตรเลียได้ยื่นเรื่องอะไรต่อรัฐบาลไทย และเจราจาเรื่องนี้กับใครในรัฐบาลไทย" ฟอร์ด นิโคไลดส์ พี่ชายของเขาตั้งคำถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมา พ่อแม่ของแฮรี่ นิโคไลดส์ ได้รวบรวมรายชื่อชาวออสเตรเลียเชื้อสายกรีกจากชุมชนกรีกในเมลเบิร์นจำนวนหลายพันรายชื่อยื่นต่อสถานทูตไทยและรัฐบาลออสเตรเลีย เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวลูกชาย  ขณะเดียวกันก็ปรากฏการรณรงค์ออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ http://www.bringharryhome.com ซึ่งเรียกร้องให้ปล่อยตัวแฮรี่ และดำเนินการต่อคดีของเขาอย่างเป็นธรรม  นอกจากนี้ยังมีสื่อต่างๆ รวมทั้งบล็อกเกอร์จำนวนมากที่เขียนถึงกรณีของเขา และวิพากษ์วิจารณ์บทบาทอันอ่อนเปลี้ยของรัฐบาลออสเตรเลียต่อเรื่องดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;19 มกราคม 2552&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ที่ศาลอาญา ห้องพิจารณาคดีเลขที่ 811 ศาลขึ้นนั่งบัลลังก์พิจารณาคดี หมิ่นประมาทดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาต มาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ระหว่างพนักงานอัยการโจทก์ และนายแฮรี่ นิโคไลดส์  โดยจำเลยให้การรับสารภาพ และโจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดีต่อ ศาลจึงนัดฟังคำพิพากษาเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน&lt;br /&gt;ทั้งนี้ มีผู้สื่อข่าวต่างประเทศให้ความสนใจติดตามคดีนี้เป็นจำนวนมาก อาทิ รอยเตอร์ เอพี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติออสเตรเลีย ซึ่งรายงานแบบ real time และนำเสนอวีดีโอ สารคดีสั้นๆ ของคดีดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ www.abc.net.au/news/&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลา 14.15 น. ศาลพิพากษาว่า จำเลยเขียนหนังสือชื่อ Verisimilitude ซึ่งมีข้อความเป็นการหมิ่นประมาทและหมิ่นพระเกียรติพระมหากษัตริย์และพระบรมราชกุมาร จึงตัดสินจำคุกจำเลยเป็นเวลา 6 ปี จำเลยสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง (3 ปี) ทั้งนี้ จำเลยเป็นผู้แต่งหนังสือซึ่งเผยแพร่แก่ประชาชนทั่วไป พฤติการณ์เป็นความผิดร้ายแรงไม่สมควรรอลงอาญา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังการพิพากษา ผู้สื่อข่าวได้สอบถามทนายความของแฮรี่ นิโคไลดส์ ว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ แต่ทนายปฏิเสธที่จะให้คำตอบ โดยระบุว่า เป็นเรื่องที่ผู้ต้องหาและครอบครัวต้องตัดสินใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;9 กุมภาพันธ์ 2552&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ฌอง ฟรองซัวส์ จูลิอาร์ด เลขานุการขององค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนเตรียมยื่นฎีกาต่อพระมหากษัตริย์ไทย โดยหวังจะได้กราบบังคมทูลถึงการเซ็นเซอร์และการจับกุมที่เกิดขึ้นในนามของพระองค์ พร้อมกันนี้ได้เปิดเว็บไซต์เพื่อรณรงค์ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตร่วมลงชื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวแฮรี่ นิโคไลดส์ ส่วนหนังสือฎีกาดังกล่าวได้เปิดให้ลงชื่อออนไลน์ ที่ http://www.rsf.org/freeharry/&lt;br /&gt;"แฮรี่ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม และการพิพากษาโทษก็ไม่ได้สัดส่วนกับการกระทำผิด" "เราเรียกร้องให้ปล่อยตัวแฮรี่ และเรียกร้องต่อผู้ใช้อินเตอร์เน็ตให้ร่วมกันต่อสู้" ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนระบุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;............................................................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ข้อมูลส่วนตัว:&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อายุ 41 ปี อาชีพ นักเขียน ครูสอนภาษาอังกฤษ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แฮรี่ นิโคไลดส์ เป็นชาวเมลเบอร์น ออสเตรเลีย มีเชื้อสายกรีก จบการศึกษาจาก La Trobe University ในปี 2531&lt;br /&gt;แฮรี่เดินทางมายังประเทศไทยเมื่อปี 2547 โดยทำงานเขียนหนังสือและเป็นบล็อกเกอร์ เขาเคยเขียนคอลัมน์เล่าถึงผู้หญิงทำงานบาร์ และเขียนบทความเกี่ยวกับภาพโป๊เด็ก เขาบรรยายตัวเองว่าเป็น "คนๆ หนึ่งที่ประสบความสำเร็จโดยอาศัยพรสวรรค์ล้วนๆ และความมั่นคงพากเพียร"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากงานเขียนหนังสือ เขาเคยสอนภาษาอังกฤษระยะสั้นๆ รวมทั้งยังเคยช่วยแปลซับไตเติลสารคดีเฉลิมพระเกียรติของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้า หลวง จ.เชียงราย&lt;br /&gt;&lt;br&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-989611246641215798?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/989611246641215798/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_9022.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/989611246641215798'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/989611246641215798'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_9022.html' title='กรณีแฮรี่ นิโคไลดส์'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-2626220556302983821</id><published>2009-04-16T13:34:00.003+07:00</published><updated>2009-05-07T14:51:05.052+07:00</updated><title type='text'>กรณีบุญยืน ประเสริฐยิ่ง</title><content type='html'>&lt;strong&gt;กรณีบุญยืน ประเสริฐยิ่ง&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ข้อมูลด้านคดีและความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้อง:&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตำรวจ สน.ชนะสงครามออกหมายจับบุญยืน ประเสริฐยิ่งในข้อหาหมิ่นรัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และตำรวจ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2551  จากกรณีการปราศรัยบนเวทีสนามหลวงในวันที่ 6 สิงหาคม 2551  ซึ่งบุญยืนได้เข้ามอบตัวในวันเดียวกัน และถูกคุมขัง ณ ทัณฑสถานหญิงนับแต่นั้นเป็นต้นมา  เบื้องต้น เธอให้การรับสารภาพด้วยความหวาดกลัว และหวังว่าจะขอพระราชทานอภัยโทษในภายหลัง&lt;br /&gt;6 พฤศจิกายน 2551 ศาลตัดสินจำคุกบุญยืน 12 ปี และลดโทษเหลือกึ่งหนึ่ง (6 ปี) เนื่องจากเธอรับสารภาพ&lt;br /&gt;ปัจจุบัน บุญยืนอยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์ขอลดหย่อนโทษต่อศาล &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;รายละเอียด  &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;25 เมษายน 2551&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;มวลชนสนามหลวงราว 100-200 คน ที่มีบุญยืน ประเสริฐยิ่ง เป็นหนึ่งในแกนนำ จัดชุมนุมที่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อต่อต้านกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งจัดเวทีสัมมนาใหญ่อยู่ในหอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  โดยกลุ่มที่ชุมนุมถูกสื่อมวลชนรวมถึงผู้คนทั่วไปมองว่าเป็นม็อบที่ก้าวร้าว เนื่องจากมีการด่าทอ ระบายอารมณ์ และมีผู้ชุมนุมบางคนเปิดอวัยวะเพศโชว์จนกลายเป็นข่าวครึกโครม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;15 สิงหาคม 2551 &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;พ.ต.อ.รังสรรค์ ประดิษฐ์ผล ผกก.สน.ชนะสงคราม เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.เพื่อรายงานคดีหมิ่นองค์รัชทายาท โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2551 บุญยืน ประเสริฐยิ่ง ได้ขึ้นปราศรัยที่เวทีท้องสนามหลวง กล่าวพาดพิงถึงองค์รัชทายาทในบางช่วง ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112  ซึ่ง พ.ต.ท.สุเมธ จิตต์พานิชย์ รอง ผกก.สส.สน.ชนะสงคราม เป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมาในช่วงเย็น พ.ต.ท.สุเมธ ได้เดินทางไปศาลอาญา เพื่อขออนุมัติหมายจับบุญยืน ตามประมวลกฎหมาย อาญา ม.112 ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในวันเดียวกัน บุญยืนซึ่งรับทราบว่ามีการออกหมายจับตน ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สน.ชนะสงคราม  อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว และเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปฝากขังไว้ที่ศาลอาญา&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ&lt;/strong&gt; ต่อมาแกนนำกลุ่มที่เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารและคมช.ได้พยายามเดินเรื่องขอประกันตัวบุญยืน  แต่ศาลไม่อนุญาต โดยระบุว่าเป็นข้อหาร้ายแรงและเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี จากนั้นเธอได้ถูกตัวส่งไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;6 พฤศจิกายน 2551&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก นางบุญยืน ประเสริฐยิ่ง จำเลยในคดีหมายเลขดำที่ อ.4326/2551 ซึ่งพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องข้อหา หมิ่นประมาท ดูหมิ่น รัชทายาท จากการที่จำเลยได้ปราศรัยบนเวทีประชาชนที่ท้องสนามหลวง ด้วยการกระจายเสียงทางเครื่องกระจายเสียงท่ามกลางประชาชนที่มาฟังจำนวนหลายคน ในเรื่องหมิ่นประมาท ดูหมิ่น องค์รัชทายาท โดยประการที่น่าจะทำให้องค์รัชทายาทเสื่อมเสียเกียรติ เสียชื่อเสียง และถูกเกลียดชังนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 วางโทษจำคุก 12 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุก 6 ปี (คดีหมายเลขแดงที่ อ.4308/2551 วันที่ออกแดง 6/11/2551) (1)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;22 ธันวาคม 2551&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;บุญยืน ประเสริฐยิ่ง ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา โดยขอลดหย่อนโทษจากในเรือนจำ โดยระบุว่าขอให้ศาลพิจารณารอลงอาญาและให้บำเพ็ญสาธารณประโยชน์  หรือไม่เช่นนั้นก็ขอลดกำหนดโทษลง โดยบุญยืนระบุว่าเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่ากระบวนพิจารณาของศาลจะใช้เวลา 5-6 เดือน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;6 มกราคม 2552&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ศาลมีคำสั่งรับอุทธรณ์ และสำเนาให้อัยการ อัยการรับเมื่อ 29 มกราคม และมีกำหนดยื่นคำให้การแก้ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เชิงอรรถ:&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(1) ที่มาคำตัดสิน : http://www.crcourt.com/aryaweb/view_case_detail.php?hidTabPage=3&amp;amp;black_running=205021&amp;amp;court_running=2&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..................................................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ข้อมูลส่วนตัว:&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อายุ 44 ปี อาชีพ รับซื้อของเก่า และรับทำนายดวงชะตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บุญยืน ประเสริฐยิ่ง เป็นขาไฮด์ปาร์กประจำสนามหลวง ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างจริงจังหลังเกิดการยึดอำนาจ รัฐประหารเมื่อ 19 กันยายน 2549 โดยมีฉายาว่า "นางพญาอินทรีย์"  บุญยืนระบุว่า ฉายานี้คนท้องสนามหลวงตั้งให้หลังจากเธอออกจากกลุ่ม ‘พิราบขาว’ ซึ่งถูกจับตาจากเจ้าหน้าที่ จากนั้นก็ร่วมสังกัดกลุ่มประชาธิปไตยพาประเทศไทยก้าวหน้าซึ่งก่อตั้งโดยพลพรรคสนามหลวงนั้นเอง โดยปกติมักปราศรัยโจมตีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี รวมทั้งมุ่งต่อต้านการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นหลัก ปักหลักปราศรัยกับผู้ชุมนุมที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มย่อยๆ บริเวณสนามหลวงบนเวทีที่ตั้งกันเอง หรือไม่ก็บนเวที "เสียงประชาชน" ซึ่งเป็นเวทีเล็กๆ ไม่มีแกนนำชัดเจน แต่มีข่าวระบุว่ากลุ่มวิทยุแท็กซี่ของ ชินวัตร หาบุญพาด เป็นผู้สนับสนุนตั้งเวทีและเครื่องขยายเสียงขนาดเล็กดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้เธอมักเป็นแถวหน้าในการชุมนุม เดินขบวน ต่อต้านรัฐประหาร พันธมิตรฯ คมช. ในทุกๆ ครั้งที่มีการชุมนุม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบัน ทั้งบ้านและรถที่ใช้ในการประกอบอาชีพของครอบครัวบุญยืนได้ถูกยึดไปหมดแล้ว เนื่องจากขาดผ่อนชำระ เพราะเธอซึ่งเป็นกำลังหลักในการหารายได้หลักของครอบครัวถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ  สามีของเธอต้องหารายได้ด้วยการรับจ้างทั่วไป มาจ่ายเป็นค่าเช่าบ้านและเลี้ยงดูลูกคนเล็กซึ่งยังเรียนหนังสืออยู่&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2991937705089648-2626220556302983821?l=lmwatch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lmwatch.blogspot.com/feeds/2626220556302983821/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_2270.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/2626220556302983821'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2991937705089648/posts/default/2626220556302983821'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lmwatch.blogspot.com/2009/04/blog-post_2270.html' title='กรณีบุญยืน ประเสริฐยิ่ง'/><author><name>112watch@gmail.com</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14334536892242779251</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2991937705089648.post-5964687920267569970</id><published>2009-04-16T13:32:00.002+07:00</published><updated>2009-07-07T13:08:09.420+07:00</updated><title type='text'>กรณีดารณี ชาญเชิงศิลปกุล</title><content type='html'>&lt;br&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ข้อมูลด้านคดีและความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้อง:&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ถูกออกหมายจับเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2551 จากกรณีที่เธอปราศรัยบนเวทีเสียงประชาชนเมื่อวันที่ 18-19 กรกฎาคม 2551 และในวันรุ่งขึ้น สนธิ ลิ้มทองกุล ได้นำบางส่วนของคำปราศรัยดังกล่าวไปขยายผลที่เวทีพันธมิตรฯ  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตำรวจบุกจับกุมเธอที่บ้านพัก ก่อนส่งตัวไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางจนถึงปัจจุบัน  ภายหลังการจับกุม สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ใช้ตำแหน่งอาจารย์ยื่นขอประกันตัวหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับอนุญาตทั้งในชั้นสอบสวนและในชั้นพิจารณาคดี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดารณีปฏิเสธข้อกล่าวหาดูหมิ่นฯพระมหากษัตริย์และพระราชินี  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112  ขณะนี้อยู่ระหว่างต่อสู้คดี โดยมีประเวศ ประภานุกูล เป็นทนายความ  ซึ่งศาลได้นัดไต่สวนพยานโจทก์และจำเลย ในวันที่ 23-30 มิถุนายน 2552  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม ดารณียังถูกตั้งข้อกล่าวหาในอีก 2 คดี คือคดีบุกเอเอสทีวี-หมิ่นประมาทสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้นำของกลุ่ม "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" และเจ้าของสื่อเครือผู้จัดการ-เอเอสทีวี  และคดีหมิ่นประมาทพล.อ.สะพรั่ง กัลยาณมิตร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบันพี่ชายของดารณีซึ่งอยู่ที่ภูเก็ตต้องเดินทางมาเยี่ยมเธอที่เรือนจำในกรุงเทพฯทุกสัปดาห์ ส่วนดารณีที่ถูกคุมขังและประสบปัญหาด้านสุขภาพได้เปิดเผยว่า กำลังเตรียมสมัครเรียนคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งเป็นโครงการที่เพิ่งมาเปิดในเรือนจำ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;รายละเอียด&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;18-19 กรกฎาคม 2551 &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ขึ้นปราศรัยที่เวทีท้องสนามหลวง และสร้างความฮือฮาในหมู่ผู้ฟัง  จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การปราศรัยครั้งนี้ในเว็บบอร์ดหลายแห่ง อาทิ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-กระทู้ "สิ่งที่ดาปราศรัยที่สนามหลวง -- อันตรายเข้าขั้น, ตรงไปตรงมา แม้ไม่ name ชื่อ" โดยผู้ใช้นามแฝง "สหายสิกขา" ในเว็บบอร์ดของสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน &lt;br /&gt;-กระทู้ "ผมสนับสนุนเจ้ดา ตอร์ปิโดครับ แม้มันจะสุ่มเสี่ยงบ้างก็ตาม แต่การแสดงออกบ้าง มันอาจเป็นผลดี" โดยผู้ใช้นามแฝง "ลูกชาวนาไทย" ในเว็บบอร์ดประชาไท &lt;br /&gt;-บทความเรื่อง "คำปราศรัยดา ตอร์ปิโด : ชนวนปลุกกระแสคลั่งเจ้าครั้งใหม่" โดยผู้ใช้นามแฝง "ไท" ในเว็บไซต์ http://www.arayachon.org/ &lt;br /&gt;-กระทู้ "เจ๊ดา ขึ้นเวที ทำเอาแนวร่วมแตกกระเจิง" โดยผู้ใช้นามแฝง "spiceday" ใน เว็บบอร์ดเสรีไทย&lt;br /&gt;-กระทู้ "คุณดา ตอร์ปิโด ต้องถูกดำเนินคดี..แต่.." โดยผู้ใช้นามแฝงว่า "ชัยเสถียร" ในโต๊ะราชดำเนิน เว็บไซต์พันทิป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;20 กรกฎาคม 2551 &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่ม "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" (พันธมิตรฯ) และเจ้าของสื่อเครือผู้จัดการ-เอเอสทีวี  ซึ่งขึ้นปราศรัยที่เวทีสะพานมัฆวานรังสรรค์ ได้กล่าวถึงการปราศรัยของดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ว่าดูหมิ่นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ "อย่างเลวร้ายที่สุด"  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เว็บไซต์ผู้จัดการ (ASTV-ผู้จัดการ) ซึ่งรายงานข่าวในวันเดียวกัน ระบุข้อความพาดหัวว่า " "สนธิ" สุดสะเทือนใจ "ดา ตอร์ปิโด" จอมด่าแห่งเวที นปก.ปราศรัยหมิ่นในหลวง-ราชินี คืนวันอาสาฬหะ อย่างเลวทรามต่ำช้า จี้ต่อมสำนึก ผบ.ตร.- "อำนวย นิ่มมะโน-อัศวิน ขวัญเมือง" เร่งทำคดีให้รวดเร็วเหมือนคดี "สมเกียรติ" เตรียมนำเทปเสียงแจ้งความ สน.ชนะสงคราม สัปดาห์หน้า"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยในเนื้อหาตอนหนึ่งได้ตีพิมพ์คำปราศรัยของสนธิ ที่ว่า "ผมอยากให้ตระกูล ชาญเชิงศิลปกุล ได้มีโอกาสได้รับฟังไว้ด้วย เพราะผมเองไม่เคยเห็นสิ่งเลวทรามต่ำช้าได้ขนาดนี้ คงไม่อยากเรียกว่าเหี้ย เพราะมันเลวยิ่งกว่า เลวขนาดสัตว์เลื้อยคลานเรียกแม่ได้ ต่ำช้าที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา เรื่องทำนองนี้ เกิดตั้งแต่ปี 47-49 มีการทำกันเป็นขบวนการ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมา กองทัพบกได้มีหนังสือ "ด่วนที่สุด" ถึง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เรื่อง ขอให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์  โดยในเนื้อหาระบุว่า ขอให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลตรวจสอบการปราศรัยของน.ส.ดารณี หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และกองทัพบกจะติดตามผลของการดำเนินคดีในเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;22 กรกฎาคม 2551&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ได้อนุมัติหมายจับดารณี ชาญเชิงศิลปกุลจากศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่ 2209/2551 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2551 เนื่องจากการปราศรัยบนเวทีที่สนามหลวงในวันที่ 18-19 กรกฎาคม 2551 เข้าข่ายความผิด ม.112 ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ่ายวันเดียวกัน หลังจากที่ พ.ต.ท.สมิง พร้อมกำลังตำรวจจำนวนหนึ่งนำหมายศาลเข้าจับกุมตัวดารณี ภายในหอพักสตรีชุลีพร เลขที่ 16 พหลโยธิน 13 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.  พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมโน ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภายหลังการถูกจับกุม ดารณี ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากตำรวจ โดยมีการเลือกปฏิบัติ เนื่องจากในกรณีของผู้ต้องหารายอื่นๆ จะต้องถูกออกหมายเรียกก่อน แต่ในคดีที่ตนตกเป็นผู้ต้องหากลับออกหมายจับในทันที โดยไม่มีการออกหมายเรียกก่อน อยู่ดีๆ ซึ่งถือเป็นการเลือกปฏิบัติ  และได้เปิดเผยว่า ตนเองตกเป็นเหยื่อของการเมือง ทุกอย่างที่ได้พูดออกไปนั้นมีหลักฐานและทราบว่าควรจะพูดอะไรเพราะมีวุฒิภาวะพอ ตนจบปริญาโท จะพูดแต่เรื่องที่เป็นความจริง เรื่องไหนที่ไม่เป็นความจริงจะไม่กล่าวหาใคร เพราะความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ด้านพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมโน ผบก.น.1 ได้เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า  ในคดีนี้ไม่ต้องมีใครมากล่าวหา เป็นความผิดเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ใช้เวลาเพียงแค่ 3 วันก็นำเสนอขออนุมัติออกหมายจากศาลได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีโทษจำคุก 3-15 ปี  ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์จะต้องถูกดำเนินคดีทันที ถ้าหากว่าผู้ใดก็ตามไปก้าวล่วง  รัฐธรรมนูญทุกฉบับ มีบทบัญญัติที่เกี่ยวกับหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันที่ทุกคนจะต้องเคารพเทิดทูน สักการะ ผู้ใดจะล่วงละเมิดไม่ได้  พร้อมทั้งแสดงความเห็นว่า เรื่องอื่นมีให้พูดมากมายก็พูดกันไป "...จะพูดว่า "อำนวย นิ่มมโน ปัญญานิ่มก็ได้" แต่อย่ามาพูดในเรื่องที่ก้าวล่วงพระมหากษัตริย์โดยเด็ดขาด..." พล.ต.ต.อำนวย กล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;23 กรกฎาคม 2552 &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ นักวิชาการและอาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เดินทางไปยังศาลอาญา เพื่อยื่นคำร้องขอประกันตัวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล โดยใช้หลักทรัพย์เป็นตำแหน่งข้าราชการ ระดับ 8 อัตราเงินเดือน 25,000 บาท ซึ่งมูลค่าประกัน 10 เท่า เป็นเงิน 250,000 บาท  แต่ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ถ้อยคำหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นตามคำร้องขอออกหมายจับ และคำร้องขอฝากขังต่อศาลครั้งที่ 1 มีข้อความที่ร้ายแรง พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างยิ่ง ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้าน น่าเชื่อว่าหากปล่อยชั่วคราวอาจหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผศ.ดร.สุธาชัย ได้กล่าวถึงเหตุผลที่มาประกันตัวว่า ตนเห็นว่าเป็นการใช้ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งไม่ถูกต้องและไม่เห็นด้วยมาแต่ไหนแต่ไร  ทั้งนี้ การจะบอกว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากันในคดี แต่ไม่เห็นด้วยในขั้นตอนที่ให้ดารณี ซึ่งเป็นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ต้องไปนอนอยู่ในคุก  ซึ่งคดีดังกล่าวเป็นคดีป้ายสีที่ว่ากันด้วยความคิดเห็นที่ต่างกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;หมายเหตุ&lt;/strong&gt; ในวันเดียวกัน ศาลอาญาได้ออกหมายจับสนธิ ลิ้มทองกุล กรณีขยายความหมิ่นเบื้องสูงของดารณีบนเวทีพันธมิตรฯ ต่อมาในวันรุ่งขึ้น (24 กรกฎาคม 2551) สนธิได้มารับทราบข้อกล่าวหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้รับอนุญาตให้ประกันตัว โดยใช้ตำแหน่ง ส.ว. ของคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ค้ำประกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;25 กรกฎาคม 2551&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ยื่นอุทธรณ์คำร้องขอประกันตัวดารณี ชาญเชิงศิลปกุลอีกครั้ง หลังจากที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยยังคงใช้ตำแหน่งข้าราชการระดับ 8 เป็นหลักทรัพย์ เจ้าหน้าที่ศาลอาญาได้รับคำอุทธรณ์ไว้ โดยจะแจ้งคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้นายประกันทราบภายใน 7 วัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;1 สิงหาคม 2551 &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งยกคำร้องการขอปล่อยตัวชั่วคราวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล เนื่องจากศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าความผิดมีอัตราโทษสูง เป็นความผิดร้ายแรง และกระทบกระเทือนจิตใจของประชาชน หากปล่อยตัวไปเกรงว่า ผู้ต้องหาจะไปกระทำผิดซ้ำอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;5 สิงหาคม 2551 &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เว็บไซต์สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันออกจดหมายเปิดผนึก "ความอยุติธรรมต่อคนคนหนึ่ง คือ ความอยุติธรรมต่อคนทั้งสังคม" พร้อมด้วยรายชื่อประชาชน 139 คน  เรียกร้องต่อหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องและต่อสังคม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยเนื้อหาในจดหมายระบุว่า ขอให้มีการประกันตัวแก่ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล เช่นเดียวกับผู้ต้องหารายอื่นๆ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปหลักมนุษยธรรม และหลักนิติธรรม คือสอดคล้องกับเกณฑ์กฎหมายของประเทศ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทั้งฉบับพุทธศักราช 2540 และ 2550  รวมทั้งหลักเมตตาธรรมทางสากล  ส่วนเหตุผลที่ว่า "หากปล่อยตัวไปเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปกระทำผิดซ้ำอีก" ทางศาลก็สามารถกำหนดเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่อาจเสริมกับเงื่อนไขอื่นๆในการประกันได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จดหมายดังกล่าวยังแสดงความวิตกด้วยว่า เป็นที่ประจักษ์กันอยู่ทั้งภายในประเทศและในระดับระหว่างประเทศว่า ความขัดแย้งอย่างรุนแรงซึ่งเกิดขึ้นจากหลายๆประเด็นปัญหาในสังคมไทยขณะนี้ มีแนวโน้มจะรุนแรงยิ่งขึ้น หากไม่มีความพยายามในการแก้หรือลดความขัดแย้งลง  กระนั้น ก็ยังมีบุคคลบางกลุ่มพยายามขยายความขัดแย้งที่สั่งสมอยู่นี้ให้ลุกลามออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;25 กันยายน 2551&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ศาลรับคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด (สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7) เป็นโจทก์ฟ้องดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ในข้อหาร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปกระทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ทำให้เสียทรัพย์ พยายามบุกรุก และหมิ่นประมาทโดยการป่าวประกาศกระจายเสียง จากกรณีที่ดารณีนำมวลชนราว 100 คนไปชุมนุมหน้าบริษัทไทยเดย์ด็อทคอมฯ หรือเอเอสทีวี พร้อมกล่าวโจมตีนายสนธิ ลิ้มทองกุล เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2551 ทั้งนี้ คดีดังกล่าวเป็น คดีหมายเลขดำที่ อ.3634/2551 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ คดีดังกล่าว ดารณีถูกแจ้งข้อหาโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาคดี  และอัยการมีความเห็นสมควรส่งฟ้องในข้อหาดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215, 310, 326, 328, 358, 362, 365, 80, 83, 84, 91 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;9 ตุลาคม 2551 &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ราว 1 สัปดาห์ ก่อนจะครบอำนาจฝากขังของพนักงานสอบสวน (84 วัน)  ศาลได้รับคำฟ้องจากพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด (สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7) ซึ่งยื่นเป็นโจทก์ฟ้อง ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี  เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.3959/2551 ซึ่งพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามได้สอบสวนแล้ว เบื้องต้นจำเลยให้การปฏิเสธ&lt;br /&gt;ในสำนวนคำฟ้องดังกล่าว อัยการได้ระบุถึงความผิดจากการปราศรัยที่เวทีเสียงประชาชน สนามหลวง ในวันที่ 7 มิถุนายน 2551, 13 มิถุนายน 2551, 18 กรกฎาคม 2551 และ 19 กรกฎาคม 2551&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;10 ตุลาคม 2551 &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ศาลนัดสอบคำให้การคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของดารณี ชาญเชิงศิลปกุล  โดยศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังจนเป็นที่เข้าใจแล้วสอบคำให้การว่า จะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ ปรากฏว่าจำเลยให้การปฏิเสธและขอต่อสู้คดี ศาลจึงนัดแถลงเปิดคดีในวันที่ 1 ธันวาคม 2551&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;16 ตุลาคม 2551&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล โดยใช้หลักทรัพย์เป็น เงินสดจำนวน 200,000 บาท  ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยกคำร้อง ออกมาในวันเดียวกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;17 พฤศจิกายน 2551  &lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;ศาลอาญานัดไต่สวนเพื่อตรวจพยานหลักฐาน สอบคำให้การจำเลย ในคดีที่ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล และกลุ่มผู้ชุมนุมอีกราว 100 คนได้ชุมนุมล้อมบริษัท ไทยเดย์ ด็อทคอมฯ เบื้องต้นจำเลยให้การปฏิเสธ   จากนั้นอัยการโจทก์และทนายฝ่ายจำเลย ได้ร้องขอต่อศาลให้เลื่อนการไต่สวนพยานและสอบคำให้การจำเลยออกไปก่อน เนื่องจากยังเตรียมเอกสารหลักฐานไม่พร้อม ศาลจึงนัดพิจารณาใหม่ในวันที่ 15 ธันวาคม 2551 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;1 ธันวาคม 2551  &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;- ศาลอาญา กรุงเทพฯ นัดตรวจสอบหลักฐาน สอบคำให้การจำเลยคดีหมิ่นฯ โดยศาลได้สั่งให้เลื่อนการนัดไปเป็นวันที่ 15 ธันวาคม 2551 เนื่องจากทางจำเลยเพิ่งได้แต่งตั้งทนายเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ประเวศ ประภานุกูล ทนายความของดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว และศาลชั้นต้นยกคำร้อง โดยให้เหตุผลว่าไม่มีเหตุแห่งการเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;4 ธันวาคม 2551 &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ทนายของดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว  โดยโต้แย้งว่า การสั่งไม่ปล่อยชั่วคราวตาม ม.108/1 นั้น ต้องเข้าข่ายผู้ต้องหา/จำเลยจะหลบหนี, จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน, จะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น, ผู้ร้องขอประกันไม่น่าเชื่อถือ, จะไปก่อความเสียหายต่อการสอบสวนหรือดำเนินคดี  ซึ่งคดีนี้ไม่ปรากฏว่าจำเลยจะไปยุ่งกับพยานหลักฐานเพราะพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ส่วนการหลบหนีนั้นเป็นเพียงข้อสันนิษฐานโดยไม่ปรากฏเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี ส่วนที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีนี้เป็นเรื่องร้ายแรงนั้นเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกสำนวน และขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 39 วรรค 2 และ 3 เพราะคดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ยังไม่แน่ว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ จึงต้องถือว่าจำเลยบริสุทธิ์ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอกสารคำร้องขอปล่อยชั่วคราวยังระบุอีกว่า การไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวจะทำให้เป็นอุปสรรคต่อการต่อสู้คดีของจำเลย การรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริงต่างๆ ทำได้ยากลำบาก อาจทำให้เสียความยุติธรรมได้  และเมื่อเปรียบเทียบกับโทษคดีข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ ซึ่งมีโทษถึงประหารชีวิต ศาลก็ยังเคยปล่อยตัวชั่วคราวมาแล้ว หรือแม้แต่คดีของบุคคลมีชื่อเสียง อย่างพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ศาลก็เคยให้ปล่อยชั่วคราว โดยสั่งอนุญาตตั้งแต่ยังอยู่ในห้องพิจารณาคดี  นอกจากนี้ในชั้นฝากขังพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการปล่อยชั่วคราว ขณะที่ในชั้นพิจารณาคดีของศาลที่กำลังดำเนินอยู่นี้ พนักงานอัยการโจทก์ไม่ได้คัดค้านการขอปล่อยชั่วคราว  จึงร้องขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาคดี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ ต่อมาราวกลางเดือนธันวาคม ศาลอุทธรณ์ได้ยืนยันเหตุผลเดิมของศาลชั้นต้น กล่าวคือ ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว และยกคำร้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;15 ธันวาคม 2551&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ศาลนัดสืบพยานในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของดารณี ชาญเชิงศิลปกุล  โดยนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 23-25 มิถุนายน 2552 และนัดสืบพยานจำเลยวันที่ 26-30 มิถุนายน 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนคดีเกี่ยวกับการนำมวลชนจำนวนหนึ่งไปปิดล้อมบริษัท ไทยเดย์ ด็อทคอมฯ นั้น ศาลได้นัดหมายเพื่อสืบพยานโจทก์ในวันที่ 2-3 กรกฎาคม 2552 และสืบพยานจำเลยในวันที่ กรกฎาคม 2552 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;26 มกราคม 2552    &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำที่ อ.4767/2551 ซึ่งพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้องดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณากระจายเสียง เนื่องจากจำเลยได้ปราศรัยบนเวทีหน้ากระทรวงศึกษาธิการโจมตีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2550  ทำให้พล.อ.สะพรั่ง กัลยาณมิตร และคมช. ได้รับความเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง ถือเป็นความผิดตามมาตรา 326, 328 ของประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 3, 4 ของ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 11) ในเบื้องต้นจำเลยให้การปฏิเสธ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม ศาลได้สั่งเลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐาน สอบคำให้การจำเลย ไปเป็นวันที่ 16 มีนาคม 2552  เนื่องจากทนายจำเลยแถลงว่าเพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากจำเลยให้เป็นทนายความ ประกอบกับจำเลยทำสำเนาคำฟ้องหาย จึงขอเลื่อนการพิจารณาไปเป็นวันดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;18 มิถุนายน 2552&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เวบไซต์&lt;em&gt;ประชาไท &lt;/em&gt; รายงานว่า ในวันที่ 23 มิ.ย. 52 คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งดารณี ชาญเชิงศิลปกุล เป็นจำเลย จะขึ้นสู่การพิจาณาของศาลเป็นครั้งแรก  และจะมีการสืบพยานโจทก์และจำเลยแบบต่อเนื่องตลอดสัปดาห์  โดยหลังจากนั้นจะเริ่มสืบพยานในอีก 2 คดี ได้แก่ คดีการนำมวลชนไปล้อมสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี และคดีหมิ่นประมาท พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ซึ่งมีดารณีเป็นจำเลยเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พร้อมกันนั้น &lt;em&gt;ประชาไท&lt;/em&gt;ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ประเวศ ประภานุกูล ทนายความของดารณี ชาญเชิงศิลปกุล  ซึ่งประชาไทได้สอบถามความคิดเห็นของทนายผู้นี้ เกี่ยวกับคดีของดารณี และมุมมองต่อกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ่านบทสัมภาษณ์ ประเวศ ประภานุกูล คลิ้กที่นี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;22 มิถุนายน 2552&lt;/strong&gt;เวบไซต์ประชาไท รายงานว่า ในวันที่ 23-25 มิ.ย. 52 จะมีการนัดสืบพยานโจทก์ในคดีของ ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล  หรือ “ดา ตอร์ปิโด” ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  ส่วนในวันที่ 26 และ 29 มิ.ย. จะเป็นการสืบพยานจำเลย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้ง นี้ ประชาไทระบุว่า การสืบพยานดังกล่าวเป็นการสืบต่อเนื่องก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาในลำดับถัดไป  และยังเป็นการพิจารณาคดีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ดารณีถูกจับกุมและคุมขังเมื่อวันที่ 22 ก.ค.51  ซึ่งที่ผ่านมา แม้ทนายความจะได้พยายามยื่นขอประกันตัวหลายครั้ง แต่ศาลก็พิจารณายกคำร้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ ประชาไทยังระบุด้วยว่า ในเดือนก.ค.52นี้ ศาลได้นัดสืบพยานโจทก์และจำเลย ในคดีล้อมบ้านพระอาทิตย์ หมิ่นประมาทสนธิ ลิ้มทองกุล และคดีหมิ่นประมาท พล.อ.สะพรั่ง กัลยาณมิตร ซึ่งดารณีตกเป็นจำเลยเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;23 มิถุนายน 2552&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;วันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกของคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่ดารณี ชาญเชิงศิลปกุลเป็นจำเลย  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ศาลอาญา โดยผู้พิพากษาพรหมาศ ภู่แสง ได้มีคำสั่งให้พิจารณาคดีดังกล่าวเป็นการลับ โดยคำสั่งดังกล่าวอาศัยอำนาจตามมาตรา 177 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;24 มิถุนายน 2552&lt;/strong&gt;ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ได้เผยแพร่คำแถลงถึง 'สื่อมวลชนและพี่น้องผู้รักความเป็นธรรม'  โดยในคำแถลงดังกล่าว ดารณีได้ระบุว่า ตนตกเป็นจำเลยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาตั้งแต่ 22 ก.ค. 51 และถูกขังมาเกือบ 1 ปี โดยไม่เคยได้
